พระครูปัญญาภิรัต (ถวิล  ศรีบุญยรัตน์)

 

นายกล่อมผู้เป็นโยมบิดา  เป็นคนบางคูเวียงได้ทราบกิตติศัพท์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำจึงเกิดศรัทธาในวิชชาธรรมกาย  จึงไปๆ มาๆ ติดต่อกับวัดปากน้ำ  จนเกิดความคุ้นเคย  ได้นำบุตรชายซึ่งติดตามมาวัดอยู่เสมอเข้าฝากเป็นศิษย์ของหลวงพ่อ  และเมื่ออายุครบ    ปี  ก็เข้าศึกษาอักษรสมัยที่โรงเรียนประชาบาลวัดปากน้ำ ซึ่งหลวงพ่อตั้งขึ้นด้วยความปรารถนาเพื่อสร้างกุลบุตร  กุลธิดาให้มีความรู้ความฉลาดจนจบ ป.๔  ของโรงเรียน

 

 

เมื่อออกจากโรงเรียนประชาบาลเพราะจบหลักสูตรแล้ว  ด้วยความพอใจและความปรารถนาของพ่อที่จะให้บรรพชา  เพื่อศึกษาทางศาสนา  จึงได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้  ๑๖  ปี  พ.ศ. ๒๔๗๓  บวชที่วัดโบสถ์ (บน)  บางคูเวียง  อ.บางกรวย  จ.นนทบุรี  สามเณรไปมาหาสู่ระหว่างวัดโบสถ์ (บน) กับวัดปากน้ำเป็นประจำ  เมื่ออายุได้  ๒๑  ปี จึงอุปสมบท  ณ วัดปากน้ำ  ภาษีเจริญ 

 

 

ในสมัยที่หลวงพ่อวัดปากน้ำยังมีชีวิตอยู่  ท่านได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อให้เป็นเจ้าหน้าที่ขานชื่อพระและได้เป็นผู้ปกครองดูแลความประพฤติของพระ  เป็นหูเป็นตาแทนหลวงพ่อ  และได้ช่วยหลวงพ่อหาเงินบูรณปฏิสังขรณ์และก่อสร้างเสนาสนะภายในวัด  จนกระทั่งหลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพ  

 

 

ท่านพระครูปัญญาภิรัต  เป็นเพื่อนสหธรรมิกกับพระครูมงคลพัฒนคุณ  และได้มาเยี่ยมเยียนไปมาหาสู่กันอยู่เสมอในสมัยที่พระครูมงคลพัฒนคุณยังดำรงสมณะศักดิ์เป็นพระครูใบฎีกา

 

 

ใน ปี พ.ศ. ๒๕๐๗  ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ  ได้ช่วยดูแลกิจการงานของสงฆ์ในวัดปากน้ำมาตลอด  ท่านมรณภาพ  พ.ศ. ๒๕๒๖