พระครูปัญญาภิรัต (ถวิล ศรีบุญยรัตน์)
นายกล่อมผู้เป็นโยมบิดา เป็นคนบางคูเวียงได้ทราบกิตติศัพท์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำจึงเกิดศรัทธาในวิชชาธรรมกาย จึงไปๆ มาๆ ติดต่อกับวัดปากน้ำ จนเกิดความคุ้นเคย ได้นำบุตรชายซึ่งติดตามมาวัดอยู่เสมอเข้าฝากเป็นศิษย์ของหลวงพ่อ และเมื่ออายุครบ ๘ ปี ก็เข้าศึกษาอักษรสมัยที่โรงเรียนประชาบาลวัดปากน้ำ ซึ่งหลวงพ่อตั้งขึ้นด้วยความปรารถนาเพื่อสร้างกุลบุตร กุลธิดาให้มีความรู้ความฉลาดจนจบ ป.๔ ของโรงเรียน
เมื่อออกจากโรงเรียนประชาบาลเพราะจบหลักสูตรแล้ว ด้วยความพอใจและความปรารถนาของพ่อที่จะให้บรรพชา เพื่อศึกษาทางศาสนา จึงได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ ๑๖ ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ บวชที่วัดโบสถ์ (บน) บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี สามเณรไปมาหาสู่ระหว่างวัดโบสถ์ (บน) กับวัดปากน้ำเป็นประจำ เมื่ออายุได้ ๒๑ ปี จึงอุปสมบท ณ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
ในสมัยที่หลวงพ่อวัดปากน้ำยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อให้เป็นเจ้าหน้าที่ขานชื่อพระและได้เป็นผู้ปกครองดูแลความประพฤติของพระ เป็นหูเป็นตาแทนหลวงพ่อ และได้ช่วยหลวงพ่อหาเงินบูรณปฏิสังขรณ์และก่อสร้างเสนาสนะภายในวัด จนกระทั่งหลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพ
ท่านพระครูปัญญาภิรัต เป็นเพื่อนสหธรรมิกกับพระครูมงคลพัฒนคุณ และได้มาเยี่ยมเยียนไปมาหาสู่กันอยู่เสมอในสมัยที่พระครูมงคลพัฒนคุณยังดำรงสมณะศักดิ์เป็นพระครูใบฎีกา
ใน ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ได้ช่วยดูแลกิจการงานของสงฆ์ในวัดปากน้ำมาตลอด ท่านมรณภาพ พ.ศ. ๒๕๒๖