พระครูภาวนากิตติคุณ วัดเกษมจิตตาราม
อยู่กับหลวงพ่อสด ก็ได้ใกล้ชิดท่าน ได้อุ้มท่านนั่งได้ปลงผมหลวงพ่อ เพราะเป็นคนมือเบา อยู่กับหลวงพ่อ ๕ – ๖ ปี ได้ไปรับใช้ท่านจนท่านมรณภาพ ผมที่ปลงแล้วจะนำไปรวมกันไว้ เพื่อนำไปทำพระของขวัญ ฉันได้เข้าไปนั่งทำวิชชากับหลวงพ่อในโรงงานทำวิชชา มีครั้งหนึ่งเกิดสงสัยในสิ่งที่เห็น หลวงพ่อก็มาปรากฏที่ศูนย์กลางกาย แล้วก็มีเสียงมาพร้อมภาพเลยว่า ใช่แล้วที่เห็น ไม่ต้องสงสัย ทำไปเถิดลูก นั่นแหละใช่แล้ว ทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้น
หลังจากหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านมรณภาพแล้ว หลวงพ่อก็ถูกญาติโยมทางอุตรดิตถ์ ขอไปที่วัดปากน้ำ พระ ๕๐๐ – ๖๐๐ องค์มีไม่เอา แต่กลับเสนอหลวงพ่อ ทำอย่างไรได้ก็ต้องมาบุกเบิกวัดเกษมจิตตาราม ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ปี พ.ศ. ๒๕๐๓
หลังจากหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านมรณภาพแล้ว หลวงพ่อก็ถูกญาติโยมทางอุตรดิตถ์ ขอไปที่วัดปากน้ำ พระ ๕๐๐ – ๖๐๐ องค์มีไม่เอา แต่กลับเสนอหลวงพ่อ ทำอย่างไรได้ก็ต้องมาบุกเบิกวัดเกษมจิตตาราม ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ปี พ.ศ. ๒๕๐๓
ปัจจุบันหลวงพ่อก็อยู่วัดเกษมมาก็ ๔๒ ปีแล้ว บวชมาพรรษาที่ ๔๙ อายุก็ ๗๐ ปีแล้ว หลวงพ่อได้รับนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ได้เป็นพระครูภาวนากิตติคุณ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอฟากท่า (ชั้นพิเศษ) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ที่วัดเกษมฯ
หลวงพ่อปฏิบัติธรรมมาตลอดทุกวันไม่เคยขาด หลวงพ่อมุ่งมั่นในวิชชาธรรมกาย แม้เจออุปสรรค หลวงพ่อก็ยึดหลักของหลวงพ่อวัดปากน้ำว่า ไม่สู้ ไม่หนี ทำความดีเรื่อยไป ทางสมเด็จพระสังฆราชจึงตั้งให้วัดเกษมจิตตาราม เป็นวัดปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันหลวงพ่อได้ละสังขารไปแล้ว