เจริญพร อาจารย์

เข้ามาอ่านครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวาน แต่ก็ปล่อยให้ผ่านไป...วันนี้เปิดมาก็เจออีก อ่านซ้ำก็เลยอยากจะคุยบ้าง เพราะคิดเรื่องทำนองนี้มานานพอสมควรเหมือนกัน

คนเก่งทั้งนั้นที่สามารถสอบเอนฯ ได้ (สำนวนเก่า)..แต่ คนเก่งมารวมกัน ก็ต้องมีจัดลำดับคนเก่งขึ้นอีกครั้ง..ซึ่งประเด็นนี้ อาจารย์ก็คุยไว้แล้ว จึงผ่านไป...

ในฐานะเป็นครูบาลี ได้ ปธ.7 (7-9 จัดเป็นเปรียญเอก เค้าว่าคนเก่งเท่านั้นจึงจะเป็นเปรียญเอกได้) แต่จริงๆ แล้ว เปรียญเอกก็หาคนเก่งจริงๆ ยากส์ บางท่านอาจเก่งฉันทลักษณ์ บางท่านอาจชำนาญด้านแปลบาลีเป็นไทย หรือบางท่านอาจถนัดด้านแปลไทยกลับมาเป็นบาลี เป็นต้น ...จึงหาเปรียญเอกที่โดดเด่นจริงๆ ได้ยากส์

ในฐานะเคยเรียนระดับมหาบัณฑิตย์ ก็ไม่เห็นว่ามีคนเก่งจริงๆ เพราะบางคนเก่งแต่อังกฤษ แต่ความรู้ด้านอื่นๆ ไม่ค่อยกว้าง ต้องพึ่งพาผู้อื่นเรื่อยไป ไปค้นหาเองก็ทำให้เกิดความเนิ่นช้า..บางคน ความรู้ลึกและกว้าง เค้ารู้ซอกซอนไปเกือบทุกสาขาวิชา แต่ใช้คอมฯ ไม่เป็น พิมพ์ดีดก็ไม่ชำนาญ ก็ทำให้เกิดความเนิ่นช้า... บางคน อังกฤษก็ไม่เท่าไหร่ ความเฉียบคมก็ธรรมดา แต่ขยันเก็บข้อมูลทำให้ความเนิ่นช้าที่จะมีน้อยลงได้...ประมาณนี้.. จึงหาคนเก่งจริงๆ ได้ยากส์ เช่นกัน

เพียงสองนัยข้างต้น อาจสรุปได้ว่า เพราะระดับสูงขึ้นนั้น มีเนื้อหาเยอะ มีรายละเอียดเยอะ ต้องใช้ความชำนาญหรือความเก่งหลายๆ ด้าน ทำให้เรารู้สึกว่าคนเก่งน้อยลง นั่นคือ ไม่ค่อยมีคนเก่งจริงๆ ประมาณนั้น ( อาตมามักจะพูดให้นักเรียนฟังเสมอในสองนัยนี้)

อีกอย่าง เคยอ่านความคิดความเห็นของใครก็ไม่ค่อยแน่ใจ ... อ้างถึงอาจารย์ชำนาญการด้านกฎหมาย เค้าบอกว่า เคยมีการวิจัยผู้เชียวชาญสุดๆ ด้านกฎหมายหลายๆ ท่าน ..ผู้เชียวชาญเหล่านี้ สมัยเรียนโดยมากมิใช่พวกเรียนเก่ง เป็นพวกปานกลางหรือค่อนข้างดีเท่านั้น... คนเหล่านี้ ได้พัฒนาศักยภาพขึ้นมาหลังจากทำงานผ่านไป 5-15 ปี ..อาจารย์ท่านนี้ ยังอ้างว่า พวกที่เรียนจบกฎหมายใหม่ๆ ยังไม่มีหัวกฎหมาย หัวกฎหมายจะเกิดขึ้นหลังจากทำงานไปราว 5-10 ปี และถ้าผ่านไปแล้วยังไม่เกิดขึ้น ผู้นั้นก็จะไม่มีหัวกฎหมายแม้จะจบกฎหมายก็ตาม...

ประเด็นนี้ พอจะสร้างมุมมองได้อีกอย่างหนึ่งว่า ทำไมคนจึงเรียนเก่งน้อยลง เมื่อเรียนสูงขึ้น ...

อ๋อ อาจารย์ท่านนี้ยังมีนิทานมาเล่าเพิ่มเติมว่า มีนักกฎหมายคนหนึ่ง มาเรียนเนติบัณฑิตย์ฯ เรียนอยู่หลายปีก็ยังสอบไม่ได้ ...ภายหลังมีภรรยาก็ชอบเอาประเด็นด้านกฎหมายไปคุยกับภรรยา...นานๆ ภรรยาก็เริ่มโต้แย้ง และเค้าก็มีความเห็นแย้งกับภรรยา เมื่อฟันธงไม่ได้จึงไปถามอาจารย์ อาจารย์ก็บอกว่าภรรยาถูก เค้าผิด..เป็นอย่างนี้หลายครั้ง...สรุปว่า ถ้าใครเป็นอย่างนี้ก็ควรเลิกเรียนได้แล้ว 5 5 5

เจริญพร