สวัสดีครับ...
1. นายก้ามกุ้ง
2. ครูคิม
3. เด็กข้างบ้าน ~natadee
4. แดง
5. Wasawat Deemarn
- ในฐานะที่อยู่ราชภัฏก็ขอบอกว่าราชภัฏได้ช่วย ได้สร้าง อะไรให้กับสังคมไว้เยอะ
- ปัจจุบันกำลังทำอะไรหลายอย่างที่อาจเป็นผลร้ายกับบ้านเมือง โดยเฉพาะการศึกษาแบบสุกเอาเผากิน ที่เน้น ดังที่ Wasawat Deemarn ว่า "หาเงินเข้าสถาบัน(ไม่ค่อยแน่ใจ) เป็นธุรกิจที่คิดง่าย ได้ง่าย แต่ประเทศชาติพังทลาย"
- พฤติกรรมอย่างนี้ ไม่ได้มีเฉพาะสถาบันราชภัฏอย่างเดียว กระแสนี้ แม้มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆในกรุงเทพฯ ทั้งของรัฐ และเอกชน บางแห่งหรือ เกือบทุกแห่ง มากบ้างน้อยบ้าง ก็อยู่ในกระแสนี้
- ในท่านกลางการทำงานที่อาจเป็นผลร้ายอย่างที่ว่า ผมก็เห็นบางผู้บริหาร บางคณะ และบางคณาจารย์ ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ ดังที่ ครูคิมว่า "ที่ราชภัฏพิบูลสงครามพิษณุโลก" เป็นต้น ผมว่าแทบทุกที่ก็ยังมีความดีหลงเหลืออยู่
- -ในความเห็นของผมคิดว่าในปัจจุบันนี้ ผู้บริหารระดับสูงของราชภัฏน่าจะเป็นตัวการสำคัญที่สุด ที่จะนำให้สถาบัน เป็น และ ไปทางไหน อย่างไร
-โดยวัฒนธรรมของราชภัฏ ครูบาอาจารย์และเจ้าหน้าที่ เป็นเสียงเงียบที่ไร้พลัง
-บัญญัติว่าด้วย ที่ไป ที่มา ของผู้บริหารที่ตราไว้ มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ได้ผู้บริหารที่มักจะชักนำสถาบันไปสู่กระแสธารแห่งความเสื่อม - -เรื่องงบประมาณก็เป็นเช่น เด็กข้างบ้าน ~natadee ว่า
-แต่โดยส่วนตัวผม อยากให้ราชภัฎหันหน้าเข้าหาท้องถิ่น ทำอย่างไรให้ท้องถิ่นอยากเข้ามาโอบอุ้ม มีความรู้สึกว่าเป็นของ ๆของท้องถิ่น รักและหวงแหน
-ปัจจุบันผู้บริหารราชภัฏส่วนใหญ่ก็ลูกชาวบ้านทั้งนั้น แต่ยังไม่เห็นลูกชาวบ้านคนไหนเดินไปหาชาวบ้านอย่างเคารพนับถือโคตรเหง้าของตนเอง - หวังว่าคำเตือนของ อาจารย์หมอวิจารณ์ คงมีน้ำหนักพอที่จะทำให้เกิดการฉุกคิดของสถาบันต่าง ๆ ที่คิดและกำลังประพฤติอย่างนี้อยู่ โดยไม่ต้องรอให้ สกอ./ กกอ. เปลี่ยน paradigmเพราะถ้ามัวรอถึงวันนั้น งาคงไหม้หมดแล้ว
paaoobtong
11/05/52
2:12