- ดิฉันว่า Digital Divide น่าจะรวมความเหลี่อมล้ำทั้ง ๒ มิติ
- ความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีก็เป็นตัวเสริมความเหลื่อมล้ำทางความรู้ได้
- อย่างเวที G2K ก็มีคนเข้าถึงได้ส่วนเดียว ยังมีคนอีกมากที่เข้าไปถึงความรู้ (ดิฉันเองเป็นอีกคนที่บอดเทคโนโลยี)
- ดิฉันคิดแบบไม่ใช่นักการศึกษาว่า การนิยาม "ความรู้" มีความสำคัญพอๆ กับวิธีลดความเหลื่อมล้ำ
- ความสนใจ และ ปัจจัยภายในตัวคน เป็นอุปสรรคใหญ่ที่ก้าวพ้นได้ยาก
- มีคำใหม่ๆ ที่คนช่างคิดโยนลงมามากมายให้เราคิด แต่คงหนีไม่พ้น เพราะมันมาเกี่ยวกับเราจนได้ มันสนุกไปอีกแบบ
- ยกตัวอย่าง คนทำงานโรงพยาบาลแอบนินทา พรพ.ว่า คิดคำใหม่ทุกปี ปีละหลายๆคำ คนทำงานยังไม่ทันเข้าใจถ่องแท้ ยังไม่สามารถแปลความได้ในระดับลงสู่การปฏิบัติ อ้าวมาใหม่อีกแล้ว คนทำงานก็ทิ้งเรื่องเก่า วิ่งตามเรื่องใหม่ ที่คนร้อนใจเพราะมันต้องทำ เป็นดาบย้อนคืนเพราะมันทำด้วยใจไม่ได้ มันไม่เข้าใจ ต้องจำใจทำ
- ตัวอย่าง พรพ. เป็นตัวอย่างความเหลื่อมล้ำที่หน้างาน แต่มีคนอีกกลุ่มเล็กๆ ที่ถ่องแท้จนไร้กระบวนท่าก็จะสรุปว่า มันไม่มีอะไรใหม่ในโลกนี้ เขาเปลี่ยนชื่อเรียก แต่มันเนื้อเดิม
- ที่อาจารย์ตอบ (๑๑) ใช่ทั้งหมด และเราจะเหนื่อยอีกนาน วิกฤติของชาติหนล่าสุดก็มาจาก Digital Divide นี่เอง
- ดิฉันชอบคำว่า "ความเหลื่อมล้ำ" ค่ะ ไพเราะและให้ความหมายที่เป็นกลางดี