เจริญพร ผู้ที่ว่างและผู้ที่ไม่ว่าง
อันที่จริง คิดว่าไม่อยากจะข้องแวะแล้ว แต่คุณโยมขำพาดพิงหลายครั้งแล้ว จึงขอใช้สิทธิข้องแวะอีกครั้งในฐานะที่ถูกพาดพิง 5 5 5
เรื่อง สุญญตา ที่เราแปลกันว่า ความว่าง นี้ ภายหลังได้พัฒนามาเป็นพุทธปรัชญาสำนักหนึ่ง เรียกกันว่า สำนักสุญญตาวาท บ้าง สำนักมาธยามิกวาท มั้ง เจ้าลัทธินี้คือ ท่านนาคารชุน อีกท่านซึ่งต่อมาก็มีชื่อเสียงปรากฎคือ ท่านอารยเทพ ครับ
ท่านนาคารชุน นี้ เค้ายกย่องกันว่า พระพุทธเจ้ารูปที่สอง ประมาณนั้น ว่ากันว่า ยกเว้นพระพุทธเจ้าและพระอริยสาวกในสมัยพุทธกาลแล้ว ผู้ที่ฉลาดที่สุดก็น่าจะเป็นท่านนาครชุนผู้ลือชารูปนี้แหละครับ
ตอนบวชใหม่ๆ อ่านหนังสือของท่านพุทธทาส ฝรั่งยกย่องว่า ท่านพุทธทาสเป็นนาครชุนแห่งเถรวาท หรือนาครชุนแห่งประเทศไทย ..ประมาณนี้ ก็เลยกำหนดจำชื่อนี้ตั้งแต่นั้นมา...(เค้าว่า บวชนานนิทานมาก 5 5 5)
ประเด็นที่ท่านนาครชุนเด่นสุดก็คือ การอธิบายว่า นิพพานเป็นสุญญตา ซึ่งมี ๔ ประการด้วยกัน คือ
๑. นิพพานเป็นสิ่งมีอยู่เป็นอยู่จริง ? มิใช่
๒. นิพพานมิใช่เป็นสิ่งมีอยู่เป็นอยู่จริง ? มิใช่
๓. นิพพานเป็นสิ่งมีอยู่จริงก็ได้ มิใช่เป็นสิ่งมีอยู่เป็นอยู่จริงก็ได้ ? มิใช่
๔. นิพพานเป็นสิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่จริงก็มิใช่ มิใช่สิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่จริงก็มิใช่ ? มิใช่
สรุปว่า นิพพานเป็นสุญญตา คือ ว่าง 5 5 5
พอก่อนนะครับ 5 5 5
เจริญพร