ประเด็นที่น่าสนใจในงานของ ดร.วรเวศน์ คือ อาจารย์ชี้ว่า (1) "ความไม่เพียงพอ" ของเงินกองทุนสวัสดิการ เกิดขึ้นเนื่องจาก "โครงสร้างอายุประชากร" ที่เป็นอยู่ แม้ว่าการบริหารจัดการอื่นๆจะไม่ใช่ปัญหา (2) ปัญหามีความรุนแรงหรือไม่เพียงใด ระยะเวลาที่จะประสบปัญหามาถึงเร็วช้าเพียงใด
นัยจากงานของอาจารย์ตรงนี้ ให้ข้อคิดว่า (1) โครงสร้างอายุสมาชิก เป็นปัจจัยหนึ่งที่ชุมชนต่างๆที่จัดกองทุนสวัสดิการบำนาญ ควรคำนึงถึงในการกำหนดระบบผลตอบแทนต่างๆ (2) ได้ข้อมูลที่จะนำมาขบคิดต่อว่า ความไม่พอ มีมากน้อยเพียงใด และจะต้องหาเงินมาเพิ่มเติมอีกเท่าใด ภายในเวลาเมื่อไร ซึ่งแน่นอนว่า ชุมชนสามารถจะนำผลตรงนี้ ไปเป็น "ข้อมูล" เพื่อใช้ปรับตัวได้อย่างเหมาะสมและทันกับปัญหา
ตัวเองเชื่อมั่นและเคารพในศักยภาพชุมชนเช่นกัน เห็นด้วยกับคุณภีมว่า ชุมชนจะปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสมและจัดการได้ เพียงแต่ข้อเสนอเรื่องเงินสมทบนั้น จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เริ่มอยู่นอกเหนือการตัดสินใจของชุมชนแล้ว ขึ้นอยู่กับรัฐว่าจะเอาด้วยหรือไม่ และแม้รัฐจะตกลงเอาด้วย กระบวนการก็ไม่ได้รวดเร็ว (เข้าใจว่ามีขั้นตอนต่างๆกว่าจะร่างออกมาเป็น กม.รองรับการให้เงินสมทบ) ในระหว่างนี้ ชุมชนควรมีการเตรียมการอย่างไรหรือไม่ ทางเลือกอื่นๆ นอกจากเรื่องเงินสมทบจากรัฐจะเป็นอย่างไร (อาจเป็นระบบสำรองที่ไม่ต้องรอการตัดสินใจจากรัฐ)
ทีมวิชาการจะหนุนเสริมอย่างไร