อยากจะฝากบอกพวกเรา  บทความก็ดี ชุดความรู้ก็ดี

ควรจะมีกลิ่นอายของลูกทุ่ง เสน่ห์ของแง่มุมชีวิต

  อย่าเขียนทื่อๆรายงานทื่อๆแข็งกระโดกแบบวิชาการท่อนซุง เชื่อว่าพวกเรามีมุมคิดแง่มองอยู่แล้ว แต่นึกว่าไม่สำคัญไปบ้าตามวิชาการทั้งแท่ง เรื่องนี้แยกแท่งผ่าหมากได้ โดยเฉพาะ

   อ.ศิริพงษ์ เวลาพูดดูเหมือนจะมีจุดที่จะคลิ๊กอยู่เรื่อย แต่ไม่มั่นใจไม่งัดออกมา พยยามที่จะแปลงสาระของคนอื่น แต่ของตัวเองไม่แตกตัว ตรงนี้แหละที่พวกเราเฝ้ารอดูและอยากเห็น

   อย่าลืมว่า นี่เรื่องของชีวิตนะ เราต้องการเรียนวิธีที่มีวิญญาณชีวิต หรือชีวิตที่มีวิญาณ อาจจะแย้งว่าไม่ใช่เขียนนวนิยายละโว้ย! เออ..ตรงนี้มันมีเส้นใสๆกั้นอยู่

   ที่เล่ามา  โดยโปรดหัวว่า สายธาร..

เราควรสร้างสายธารแห่งความรู้นี้อย่างไร

น้ำใสไหนเย็นเห็นตัวปลา  หรือน้ำเน่า ไหลกระปริดกระปรอย ที่ติงในช่วงนี้ ไม่ชวนคิดแต่แรกเพราะเห็นว่าน่าจะกระแซะข้ออมูลออกมาได้ตามธรรมชาติ เพราะเชื่อลึกๆว่าคุณสมบัติที่ว่านี้มีพร้อมอยู่แล้ว แต่ติดเรื่อง..เอาแค่นี้แหละว่ะ..ไม่ถามตัวเองว่ายังมีอะไรอีก..อะไรอีก..

  เวลาเข้าป่าไปหาพระฤษี ถ้าไม่มีอะไรมาเสนอ มาถามแลกเปลี่ยน มันก็จะคิดเอาเองว่ามาทำไมวะ ไม่เห็นต้องมา มาแล้วไม่เห็นได้ทำอะไร

..นี่ยังคิดในเชิงรับ ทั้งเซ็ทเราเป็นเช่นนี้ ..แล้วยังไงอีกละ..

อ๋อ!ยังงี้ไง..ของเราจะต่างจากสำนักเม็กดำ..

ทุกครั้งที่เม็กดำมา จะมีประเด็นหารือ มีเรื่องเล่า เรื่องบอก เรื่องที่มันเต้นไปข้างหน้า..

นี่คือความแตกต่าง..ที่พวกเราแปลรหัส อ.แสวงไม่ออก ว่าทำไม ไม่ทำ ไม่เข้าเค้า ไม่เข้าลู่ ไม่มมมมม

มันไม่ง่าย ถ้าง่ายเราไม่เลือกพันดา ศิริพงษ์ หรือสำเนียง หรอก เลือกครูขี้ยาที่ไหนก็ได้

  แหม เช้านี้ตื่นขึ้นมาบ่นเฉพาะเลยนะนี่ อามิตรพุทธ