คืนนั้นมิยาโกะไม่สบายจึงโทรให้คาวางาระมาหาเขาในคืนนั้น แต่คาวางาระบอกปัดไปว่าไปหาไม่ได้ เพราะว่าต้องไปกินข้าวบ้านพ่อตาแม่ยาย มิยาโกะวางมือถือแล้วนอนร้องไห้
มิยาโกะพยายามตัดใจจากคาวางาระ เพราะว่าเขามีภายาอยู่แล้ว แต่ว่าตัวมิยาโกะเองไม่เหลือใคร เขาต้องอยู่คนเดียวมาตลอด มิยาโกะอยากมีใครสักคนไว้ดูแลกัน วันนั้นมิยาโกะบอกกับเพื่อน(จำชื่อไม่ได้)ว่าที่มิยาโกะพยายามตัดใจจากคาวางาระ เป็นเพราะว่ามิยาโกะรักและต้องการแต่งงานกับเขา แต่ว่าคาวางาระมีเจ้าของอยู่แลล้ว มิยาโกะจึงตัดสินใจที่จะไม่รับโทรศัพท์จากคาวางาระ
วันต่อมา มิยาโกะไปทำงานด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
แต่พอเจอหน้าเทรุอากิ ก็ยิ้มได้ เทรุอากิยืนหน้านิ่ง (เทรุอากิ ยิ้มเป็นป่าวนะ)
ตอนเย็นมิยาโกะเดินกลับพร้อมกับเทรุอากิ พวกเขาแวะซื้อมันเผา ไปนั่งกินที่ม้านั่งประจำ
บนม้านั่งมีใบไม้หล่นเต็มไปหมด เทรุอากิปัดใบไม้ออกเฉพาะพอสำหรับเขานั่งคนเดียวเท่านั้น มิยาโกะจัง มองอย่างเข้าใจ ต่างคนต่างกินมันเผาของตัวเอง โทรศัพท์ของมิยาโกะดังขึ้น เป็นคาวางาระเองที่โทมา มิยาไม่รับสาย ปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้น เทรุอากิยังคงนั่งกินมันเผาต่อไปโดยไม่สนใจเสียงใดๆ
สักพัก ฝนก็ลงเม็ด โทรศัพท์ของมิยาโกะ ดังขึ้นมาอีก คาวางาระโทมาอีกเรื่อยๆ แต่มิยาโกะกำลังตัดใจจากเขาโดยการไม่รับโทสับ
เทรุอากิเอาร่มออกมากาง โดยที่ไม่หันไปมองข้างๆเลยว่ายังมีมิยาโกะอีกคนที่นั่งตากฝนอยู่ข้างๆ เทรุอากิกางร่มกินมันอย่างเอร็ดอร่อย
มิยาโกะปล่อยให้น้ำตาไหลท่ามกลางสายฝน มองดูเทรุอากินั่งกินมนัเผาอยู่ภายใต้ร่ม
และมองดุโทสับที่คงดังขึ้นมาอีกหลายๆรอบ
เป็นฉากที่ฉันนั่งดูแล้วสะอื้นจนตาบวม เช้าอีกวัน พอไปทำงานนะ ไม่กล้ามองหน้าใครเลย เพราะฉันว่าน่าสงสารนางเอก ที่พยายามเลิกกะผู้ชายคนรักที่มีเจ้าของอยู่แล้ว แต่ว่ามิยาโกะเป็นผู้หญิงคนนึงที่ยังต้องการคนคอยดูแล มีเพียงคนที่เขาสนิทมากที่สุดคือเทรุอากิ แต่ว่าเทรุอากิคงไม่สามารถดูแลมิยาดกะได้
มิยาโกะต้องร้องไห้เวลาฝนตก เพื่อที่เทรุอากิจะได้ไม่รู้ว่าเขาร้องไห้
แต่ว่าการมีความรักอย่างมิยาโกะมันน่าเจ็บปวดยิ่งนัก จะว่าไปแล้ว ถ้าเป็นอย่างเทรุอากิก็คงดี ไม่ต้องรักใคร ไม่ต้องดูแลใครๆ
และชอบมากเลยกับอีกฉากนึง
ที่เทรุอากิถามแม่ว่า "การแต่งงานคืออะไร ผมต้องแต่งงานไหม"
ซึ้งจนน้ำตาไหล