ความเห็น 1216970

"ฝึกใจ"สนทนากับพี่แอมป์เจ้าเก่า

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณพี่แอมป์ค่ะ   P

ไปอ่าน อดไม่ได้ต้องคัดลอกมาเพื่อเอาไว้อ่านใกล้ ๆ ตัว บ่อย ๆ

ตรงนี้ค่ะ

*วิธีการเจริญวิปัสสนา(ดูจิต)*

การเจริญวิปัสสนาทุกประเภท รวมทั้งการดูจิต ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่ให้ผู้ปฏิบัติ
"รู้สภาวธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่เป็นกลางเท่านั้น"
แต่จะรู้ได้ถูกต้อง ก็ต้อง (1) มีจิตที่มีคุณภาพ
และ (2) มีอารมณ์กรรมฐานที่ถูกต้อง
เท่านั้น

ซึ่งจิตที่มีคุณภาพสำหรับการทำสติปัฏฐานหรือวิปัสสนา
ได้แก่จิตที่มีสติ(สัมมาสติ) สัมปชัญญะ(สัมมาทิฏฐิ) และสัมมาสมาธิ
ส่วนอารมณ์กรรมฐานที่ถูกต้อง คืออารมณ์ที่มีตัวจริงที่สามารถแสดงไตรลักษณ์ได้
หรือที่นักปฏิบัติมักจะเรียกว่าสภาวะ และนักปริยัติเรียกว่าอารมณ์ปรมัตถ์

เมื่อจะลงมือปฏิบัติ ก็ให้ (1) มีสติเฝ้ารู้ให้ทัน (มีสัมมาสติ)
(2) ถึงอารมณ์หรือสภาวธรรมที่กำลังปรากฏ (มีอารมณ์ปรมัตถ์)
(3) ด้วยจิตที่ตั้งมั่น ไม่เผลอส่งส่ายไปที่อื่น และไม่เพ่งจ้องบังคับจิต (มีสัมมาสมาธิ)
แล้ว (4) จิตจะรู้สภาวธรรมทั้งปวงตามความเป็นจริง (มีสัมปชัญญะ/สัมมาทิฏฐิ)


การมีสติเฝ้ารู้ให้ทัน หมายถึงสิ่งใดเกิดขึ้น ตั้งอยู่ หรือดับไป ก็ให้รู้เท่าทัน
เช่นขณะนั้นรู้สึกมีความสุข ก็ให้รู้ว่ามีความสุข
เมื่อความสุขดับไป ก็ให้รู้ว่าความสุขดับไป
มีความโกรธก็รู้ว่ามีความโกรธ
เมื่อความโกรธดับไปก็รู้ว่าความโกรธดับไป
เมื่อจิตมีความทะยานอยากอันเป็นแรงผลักดัน
ให้ออกยึดอารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ก็ให้รู้ว่ามีแรงทะยานอยาก เป็นต้น

อารมณ์หรือสภาวธรรมที่กำลังปรากฏ
ต้องเป็นอารมณ์ของจริง ไม่ใช่ของสมมุติ
โดยผู้ปฏิบัติจะต้องจำแนกให้ออกว่า
อันใดเป็นของจริง หรือปรมัตถธรรม
อันใดเป็นของสมมุติ หรือบัญญัติธรรม

เช่นเมื่อจิตมีความสุข ก็ต้องมีสติรู้ตรงเข้าไปที่ความรู้สึกสุขจริงๆ
เมื่อจิตมีความโกรธ ก็ต้องรู้ตรงเข้าไปที่สภาวะของความโกรธจริงๆ
เมื่อมีความลังเลสงสัย ก็ต้องรู้ตรงเข้าไปที่สภาวะของความลังเลสงสัยจริงๆ ฯลฯ
และเมื่อหัดรู้มากเข้าจะพบว่า นามธรรมจำนวนมากผุดขึ้นที่อก หรือหทยรูป
แต่ผู้ปฏิบัติไม่ต้องเที่ยวควานหาหทยรูป
หากกิเลสเกิดที่ไหน และดับลงที่ไหน ก็รู้ที่นั้นก็แล้วกันครับ
ถ้าเอาสติไปตั้งจ่อดูผิดที่เกิด ก็จะไม่เห็นของจริง
เช่นเอาสติไปจ่ออยู่เหนือสะดือสองนิ้ว
จะไม่เห็นกิเลสอะไร นอกจากเห็นนิมิต เป็นต้น*

 

ที่เคยประสบกับตัวเอง คือ

1.เคยเห็นนิมิตราง ๆ เลือน ๆ ดีที่เราไม่ติดค่ะ

2.แปลกใจว่า การเจริญสติในบางคน(เช่นคุณหงุ่น-เพื่อนรักของหมอเล็ก) เขาเริ่มที่ปฏิบัติ เธอบอกว่าเธออ่านหนังสือน้อยมาก เธอปฏิบัติตามพระอาจารย์ที่สอนเลย

เมื่อเราสนทนาวิสาสะ กันหลังฝึกปฏิบัติ(ตัวหมอเล็กเพิ่ง..ตั้งไข่ค่ะ)
บางคำพูด บางคำสรุปของเธอ(คุณหงุ่น)เหมือนคำสอนของพระอาจารย์ที่เราอ่านมานานแล้ว อ่านแบบครุ่นคิด ด้วยแต่บางครั้ง..บ่อยครั้งเลยไม่เข้าใจ

ต่อเมื่อปฏิบัติบ้าง ควบคู่กันไป เข้าใจ(ยังไม่หมด) แต่เข้าใจได้มากขึ้น ง่ายขึ้น

เช่นเดียวกันค่ะ พี่แอมป์ สมัยเราเด็ก ๆ สาว ๆ ร้องไห้ตาแดงบวมเป่งว่า ทำไม้ ทำไม โรเมโอและจูเลียต ต้องเจอชะตากรรมเช่นนั้น..ทำไมคนส่งข่าวสาร ทำไมไม่ขี่ม้า ทำไมใช้วิธีจูงลา!!!

ต่อเมื่อเรามาถึงจุดนี้ เราเหมือนพี่แอมป์แล้วค่ะ

....มันคือนิย้าย..นิยาย..เรื่องหนึ่ง เท่านั้นเอง....

ขอโทษค่ะมีคำ..แสลง.อิ อิ จนด้าย...