กราบสวัสดี ท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ และสวัสดีทีมงานทุกท่าน, เพื่อนๆจิตวิทยาชุมชน รุ่น4 ม.เกษตร และผู้อ่านทุกๆท่านครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ มากที่เปิดโอกาสให้ได้มีการแสดงความคิดเห็นกับสิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือทั้งสองเล่มของอาจารย์ จากการที่ผมได้อ่านแล้วเห็นว่าทั้งสามท่าน (ศ.ดร.จีระ, คุณพารณ และคุณหญิงทิพวดี) มีความเห็นที่เหมือนกันว่า “คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด” และวิธีการในการพัฒนาคนของทั้งสามท่านก็มีความคลายคลึงกัน ซึ่งเป็นประโยชน์กับผมอย่างมากในการนำมาปรับใช้โดยใช้วิชาทางจิตวิทยามาผสมผสาน โดยทั้งสามท่าน(ตามหนังสือทั้งสองเล่น) ได้บอกถึงการพัฒนาคนในองค์กร ส่วนผมนำมาปรับใช้กับชุมชน ทั้งสามท่านมองว่าการพัฒนาคนต้องพัฒนาในทุกๆด้าน ไม่ใช้แต่จะให้เขาเก่งแต่ทำงาน ทำกำไรให้กับองค์กรมากๆ แต่เราต้องทำให้เขามีคุณธรรม จริยธรรมด้วย ซึ่งเราจะเห็นว่าสังคมไทยในปัจจุบันจริยธรรมกำลังถูกถามหา ทั้งคุณพารณ และคุณหญิงทิพวดี ไม่ได้แต่บอกให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำอย่างเดียว ท่านทั้งสองต้องเป็นผู้นำในการปฏิบัติ ซึ่งก็เหมือนกับผู้นำชุมชน ถ้าเราต้องการให้คนในชุมชนเป้นอย่างไรผู้นำชุมชนต้องทำได้อย่างนั้น คนที่มีคุณภาพต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เพราะโลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงทุกวินาที ยิ่งโลกแคบลงเท่าไหร่เรายิ่งต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมมองว่ายังเป็นปัญหาอยู่มากในสังคมไทย คือเรื่องของโอกาส ถ้าที่ใดมีผู้นำที่ดี เข้าใจเรื่องการพัฒนาคน มากกว่ามองแต่ผลทางธุรกิจอย่างเดียว มีโอกาสได้คิดได้ทำ รู้จักคิดนอกกรอบ แม้แต่ระบบการเรียนการสอนในปัจจุบันยังไม่เปิดกว้างทางความคิด ต้องท่องจำตามตำราตลอดแล้วคนเราจะพัฒนาอย่างไร โดยสรุปแล้วผมว่าการพัฒนาคนต้องมาจากทุกภาคส่วนของสังคม ตั้งแต่จุดเล็กคือตัวเราเองพร้อมที่จะพัฒนาหรือไม่ ครอบครัวมีการอบรมเลี้ยงดูอย่างไร สถาบันการศึกษาไม่ใช้ให้แต่ความรู้แต่ต้องมีคุณธรรมด้วย ชุมชนหรือองค์กรต้องให้ความสำคัญของคนมากกว่าผลกำไรทางธุรกิจ จนถึงระดับชาติต้องสร้างคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีสุดท้ายขอขอบคุณท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ ทีมาให้ความรู้กับพวกเรา และทำให้ผมรู้จักวิธีการคิด และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบใหม่ ซึ่งอาจดูแปลกไปแต่ค่อนข้างที่จะเกิดผลดี มากกว่าผลเสีย ขอบคุณครับ