พี่แอมป์จึงขำนัก เพราะการอ่านหนังสือธรรมะเจ็ดพันหนึ่งร้อยยี่สิบห้าเล่ม โดยไม่ฝึกใจตนเองแม้หนึ่งขณะจิต ก็ไม่อาจอ้างได้ว่าชีวิตนี้เราพบ"ธรรม" และพี่ก็เป็นคนแบบนั้น คืออ่านเยอะแต่ไม่ใคร่จริงจังกับการลงมือทำ เวลาฝึกเด็กจึงดู"กลวงๆ"อย่างไรก็ไม่รู้ เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่าที่พูดๆไปนั้นเราทำจริงให้เกิดจริงกับตัวไม่ได้สักอย่าง
พี่แอมป์คะ น้องเป็นด้วยคนหนึ่ง ที่เรียนธรรม-นักธรรมเราก็เรียน(ตรี,โท,เอก) อ่านเราก็อ่าน
แต่มันมิได้ซึมซับเข้าไปในสายเลือด ดั่งการให้น้ำเกลือ ทางเส้นเลือดดำ แล้วมิได้ถูกดูดซึมไปใช้ได้ในระดับเซลล์...
เพราะอะไร
น้องคิดว่า เพราะเรายังไม่มีความ"รู้" ไม่มี insightที่แท้จริง เรายังไม่ผ่านร้อน-หนาว มาเพียงพอกับหรือในบางเรื่อง
เราจึงอ่อนแอ ระโหยโรยแรง เป็นพัก ๆ ได้
เหมือนเซลล์วอลล์(ประตู,เปลือก)ของเซลล์ยังไม่ยอมรับยา,สารน้ำที่มากับน้ำเกลือ หรือกว่าเซลล์นั้น ๆ ที่กำลังป่วยอยู่ ถูกปล่อยจนกระทั่งสูญเสียสภาพไป รับน้ำเกลือเข้าก็มิได้ คายทิ้งก็มิออก
เซลล์นั้น ๆ จึง พังพาบ
.......แฮ่ ๆ เอาคืนพี่แอมป์เล็กน้อย เพราะบางครั้ง หมอเล็กมาอ่านเรื่องพี่แอมป์ หรือที่เห็นพี่นุชคุยกันกับพี่แอมป์ ท่าทางเข้าใจ๊ เข้าใจกัน
วันนี้เพิ่งอ่านเซลล์วิทยา (ทำงานน่ะค่ะ) เลยเปรียบเทียบแบบสไตล์เราอีกแล้ว
ตั้งใจจะคุยให้ฮง ๆ สั้น ๆ ว่า
เรา(ใคร ๆ หรือส่วนใหญ่)น่าจะต้อง "รู้" ก่อน(เช่นเข้าใจใน เจ็บ สุข ทุกข์ เหงา เศร้า..วัฎฎะสงสารน่ะค่ะ) จึงจะเห็นว่า ควรฝึกที่ใจ นั้น ควรฝึกทันทีไม่รีรอ ตามบันทึกพี่แอมป์ ให้ได้
เหมือนฉีดวัคซีนให้ตัวเอง(นิยมใช้ประโยคนี้กัน)ก่อนที่ร่างกายจะแย่หรือติดเชื้อจนแอ้ก น่ะค่ะ พี่แอมป์
:p ฮง ๆ หลังพักเที่ยงนะคะ