ชีวิตของเรานั้น บางครั้งเรามักลืมคุณค่าแห่งตัวเรา

ชีวิตของเรานั้น บางครั้งเรามักเห็นแต่คุณค่าแห่งตัวเขาหรือบุคคลอื่น

การไม่ตระหนักในคุณค่าแห่งตัวเรา เป็นการทำลายชีวิต และชีวิตนี้ย่อมกัดกินเจ้าของหรือตัวของเราเอง

การมีชีวิตเรานำชีวิตไปฝากไว้ในมือของบุคคลอื่น ถือว่าเป็นชีวิตที่ "ประมาท"

ไม่มีใครที่จะรักและห่วงใยเราจริงเท่าตัวของเรา

เรานั้นเองเป็นผู้ที่รักตัวเรามากที่สุด

เราควรตระหนักรู้ ตระหนักรัก ตระหนักที่จะฝักใฝ่ ใส่ใจในการดูแลชีวิตและจิตใจของเราเองให้ดีที่สุด

เรียนรู้ตนเองให้มากกว่าการที่จะเรียนรู้ผู้อื่น

ใส่ใจตนเองให้มากเท่ากับการที่จะใส่ใจผู้อื่น

มอง เพ่ง พินิจโทษหรือสิ่งที่ไม่ดีของผู้อื่นให้น้อยกว่าการเพ่งโทษหรือความไม่ดีของตนเอง

ชีวิตนี้คือชีวิตเรา ชีวิตเรา เราต้องดูแล รักษา หวงแหนไว้เพื่อทำความดี

การทำความจะทำให้ชีวิตเดินอยูบนความไม่ประมาท

การมีชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท ชีวิตในชาตินี้ที่เกิดมาเป็นคนจะไม่พลั้งพลาดตกลงไปในทุกขติหรือแม้กระทั่งนรกภูมิ

เมื่อมีชีวิตอยู่ทุกข์อย่างไร เมื่อตอนตายไปก็ทุกข์อย่างนั้น

เมื่อมีชีวิตอยู่สุขอย่างไร เมื่อตอนตายไปก็สุขอย่างนั้น

การมีชีวิตแล้วฝากชีวิตไว้ในมือผู้อื่นนั้นเป็นความประมาท เป็นความทุกข์

เมื่อตอนอยู่ประมาทย่อมทุกข์ ครั้นเมื่อตายไปแล้วก็ย่อมทุกข์เพราะเหตุที่เกิดจากความประมาทนั้น

ดูแลรักษาตน รักษากาย รักษาใจด้วยมือและด้วยใจของตนเองย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้มีชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท

เรียนรู้ตนเพื่อรักษาตนให้พ้นภัยจากวัฏสงสารแห่งนี้จักเป็นสิ่งที่ประเสริฐแท้

ไม่มีใครที่จะพาเราให้พ้นจากภัยแห่งวัฏฏะสงสารนี้ได้นอกจากตัวนอกจากใจของเราเอง...