สวัสดีค่ะคุณหมอเล็ก
พี่แอมป์คิดตามที่คุณหมอเล็กพูดไว้อย่างสั้นแต่คม ว่า"ไม่รู้-เพียรรู้" แล้วก็เห็นด้วยจงทุกประการ(เทอญ) : )
หลังจากที่(มีวาสนา)ได้คุยกับพี่นุชอย่างมีความสุขในบันทึกนี้แล้ว พี่แอมป์ก็ได้มองเห็นตามที่พี่นุชกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า การรู้เท่าทันการสื่อสาร ( Communication Literacy) เป็นเรื่องเดียวกับ "การมีสติกับปัจจุบัน รู้เท่าทันทั้งตนเองและผู้อื่น เมื่อมีสติ ปัญญาย่อมเกิดให้เห็นสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นตรงตามความเป็นจริง"
พี่แอมป์อยากเชื่อมโยงเรื่องหลักการรู้เท่าทันการสื่อสาร กับเรื่องที่พี่นุชกล่าวถึงต่อไปนี้ให้ชัดเจนจังเลยค่ะ
1. การมีสติอยู่กับปัจจุบัน
2. การรู้เท่าทันทั้งตนเองและผู้อื่น
3. สิ่งที่เกิดสืบเนื่องจากการมีสติอยู่กับปัจจุบัน และการรู้เท่าทันทั้งตนเองและผู้อื่น คือ "เกิดปัญญา เห็นสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นตรงตามความเป็นจริง"
แต่เนื่องจากที่ได้ออกตัวไปพัลวันทุกครั้งแล้วว่าพี่แอมป์เขียนไปตามความรู้สึก ไม่ใช่ความรู้ เพราะรู้น้อยเหลือเกิน แต่พี่ก็เพียรหาความรู้ หาผู้รู้ และหาประสบการณ์ไปด้วยความหวังว่าเราคงเข้าใจอย่างแท้จริงเข้าสักวัน และพี่แอมป์คิดว่า insight ที่คุณหมอเล็กกล่าวถึง ก็อาจเกิดขึ้นกับผู้ใดก็ได้ที่มีสติอยู่กับปัจจุบัน รู้เท่าทันทั้งตนเองและผู้อื่น จนกระทั่งเกิดปัญญา เห็นสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นตรงตามความเป็นจริง
ถามว่าเข้าใจยากหรือไม่ พี่ก็คิดว่าอาจจะใช่นะคะคุณหมอเล็ก ถามว่าแล้วจะเป็นไปได้ไหม (จะเกิด insight ได้ไหม) พี่ก็คิดว่าเป็นไปได้สำหรับบางท่าน ที่ท่าน"เห็น"และ"เข้าใจ"แล้วจริงๆ ส่วนจะเห็นและเข้าใจในระดับไหนนั้น พี่แอมป์คิดว่าขึ้นอยู่กับว่าเราจะตัดสินด้วยหลักคิดแบบใด
สำหรับแบบที่พี่แอมป์แบ่งประเภทการรู้เท่าทันการสื่อสาร พี่แบ่งด้วยกรอบของวิชา ระดับการรู้เท่าทันการสื่อสารก็จะยังอยู่ในกรอบของวิชา ที่เป็นความรู้ทางโลก แต่หากจะให้เกิดการหยั่งรู้และเห็นแจ้งอย่างแท้จริงในทางธรรม ก็ต้องแบ่งด้วยระดับของการหลุดพ้นกระมังคะ ความรู้ของพี่แอมป์ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น
ความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างทางโลกกับทางธรรมของเรื่องการรู้เท่าทันการสื่อสารนี้ คงอยู่ที่การรู้เท่าทันจิตใจตนเองกระมังคะ หากเรามองว่าสรรพสิ่งที่เราเห็นและเป็นไปนั้น(โลกธรรม) เกิดจากการที่ใจเราเข้าไปปรุงแต่งด้วย เมื่อเรารู้เท่าทันที่มาและกระบวนการของเหตุปัจจัย และวางท่าทีความสัมพันธ์ต่อเหตุปัจจัยนั้นอย่างเหมาะสมได้ หรือเราละวางเสียได้ กระบวนการพัฒนาทางจิตอันเป็นธรรมดาโลกนี้ คงจัดเข้าอยู่ในทางธรรมอย่างชัดเจน
แต่เราก็ยังฝึกและสอนด้วยวิชาที่มีอยู่ในโลกได้ โดยกระบวนการที่เราคิดไตร่ตรองคัดกรองอย่างรอบคอบแยบคายแล้วว่าเหมาะแก่ภาวะของเด็กๆที่เรารับผิดชอบ เป้าหมายก็ไม่ไกลเกินกว่าที่จะเป็นจริง ...เป็นจริงในโลกที่เราอยู่ร่วมกันนี้เอง
พี่แอมป์จึงยกมือทุกข้างที่มีเห็นด้วยกับคุณหมอเล็กที่คุณหมอเล็กกล่าวเต็มประตูเลยนะคะ
"การรู้เท่าทันการสื่อสาร ( Communication Literacy) ก็น่าจะอยู่ในทุกสายการสื่อสาร (และ)หรือการดำรงชีวิต" เช่นนั้นเป็นแน่แท้ทีเดียวเจียว
ขออนุญาตเติมคำว่าและในวงเล็บไปหนึ่งคำนะคะ อยากบอกว่าพี่แอมป์ฟังแล้วไม่ฮง แถมยังรู้สึกว่าคุณหมอเล็กคิดได้ลึกซึ้งกว้างไกลกว่าที่พี่แอมป์เขียนไปหลายกิโลเลยค่ะ : )