"......ตกลงพรุ่งนี้ (20 ธ.ค.2549 )จะได้ไปอีกรอบ กรม (ปกปิดนาม เพราะไม่ใช่ทุกคนในกรมนี้ )ไม่ใช่ได้ไปบ่อยๆได้ไปเห็นวัฒนธรรมองค์กรของเปิ้น เห็นไหมถ้ามองในแง่ดี เพราะผมรู้แล้ว และตั้งใจไว้แล้วว่า หน่วยงานข้าราชการจะเป็นเช่นใด ผมจึงไม่หงุดหงิด ทุกคนไปกินข้าว บ้างก็ฟุบหลับไปคาโต๊ะ บ้างสุมหัวพูดเรื่องเสื้อเหลืองตัวละ ๘๐ บาท จะเอาไซด์ใด ลูกมันได้แล้วแต่ไม่พอใจ บ้างก็แจกมะม่วงหวานไปแต่ละโต๊ะ แถมชวนเรากินด้วยอีกต่างหาก ผ่านโต๊ะที่สามแล้วชั้นที่ ๑๓
ผมต้องนั่งรออยู่ประมาณ ๔๐ นาที หัวหน้าเขาออกมาบอกว่าพอดีเพื่อนของเขามาจากต่างจังหวัดนัดรับประทานอาหารเที่ยงยังไม่กลับ แต่เลยมาบ่าย ๒.๓๐ แล้วยังไม่เห็นหัว เห็นเราเงียบสงบแต่งตัวเรียบร้อยรออย่างไม่หวั่นไหว หัวหน้าเขาอาจจะเกรงใจผมขึ้นมา มันนึกว่าผมมาจากเมืองน่าน แล้วเขาก็แกล้งแซวว่าอ๋อจักรยานคนจน เลยนำไปให้ลูกน้องอีกคนหนึ่งทำให้
เห็นไหมทั้งๆที่มันทำแทนกันได้ ก็ไม่ช่วยกัน เราจึงทราบว่าต้องการอะไร อะไรก็ปาเข้าไปบ่ายสาม ผมรู้สึกเกรงใจคุณเฉลิมแต่ต้องทำเลยโทรบอกด่วน มันเลยลงเอยด้วยประการละชะนี้ นี่ขนาดชื่อผู้ว่า ตราครุฑหราอยูนะ ก็แสดงท่าอิดออดเล็กน้อย ความจริงผมกลัวตัวเองจะไปอยู่ระบบอย่างนี้มาตั้งแต่เล็กแล้ว แต่เราก็หนีระบบข้าราชการไม่พ้นหรอก ได้แต่ทำใจและเข้าใจ เราจะได้ไม่เป็นมะเร็ง พรุ่งนี้ผมก็จะได้เห็นหน้าพวกเขาอีก ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้......"
อดทน อดกลั้น แล้วจะอดทนไปอีกนานเท่าไหร่ น้อง ๆ เล่าให้ฟังมา ไม่อยากให้เรื่องราวนี้หลุด โดยไม่มีใครเข้ามาดูแลแก้ไข เลยขอนำบ้างส่วนมาแปะไว้ให้อ่าน