อาจารย์ ดร.ประพนธ์ และอาจารย์หมอสกล คะ

เข้าใจที่คุณหมอสกล (Phoenix)พูดทุกประการ และน่าสนใจพิจารณาอย่างลึกซึ้งถึงตัวตนภายในส่วนลึกที่แท้จริงของมนุษย์ อาจารย์หมอสกล พูดถึงความขลาดกลัวของมนุษย์ในเรื่องทั่วๆไป ทำให้เล็กนึกถึงคำพูดของหมอวิธาน ที่มักชอบพูดบ่อยๆว่า คนเรามักชอบอยู่ในเขต Comfort Zone ของตนเอง มันเห็นภาพของการทะนุถนอมตัวเองหรือการสร้างเกราะป้องกันตนเองในเรื่องใดก็ตาม บางทีการกล้าก้าวข้ามออกไปจากความเคยชินเก่าๆ รูปแบบเก่าๆ ความคิดเก่าๆ กรอบกฏเกณฑ์เก่าๆ บางประการ ก็คือการเขียนโลกใบใหม่ที่แท้จริงให้กับชีวิตของเรา ไม่มีอะไรเสียหาย มันกลับทำให้จิตเราเติบใหญ่ขึ้นมากเกินกว่าที่จะคาดคิด

นึกถึงคำพูดของท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (พระประยุทธ ปยุตโต)คำหนึ่งนานมาแล้วที่มีโอกาสพูดคุยกับท่าน แต่จำฝังใจมาจนทุกวันนี้ที่ว่า..ให้เราหมั่นถามตนเองอยู่เสมอว่า วันนี้เราให้ผู้อื่นมากพอหรือยัง แทนคำถามที่ว่า..วันนี้ เราได้อะไรจากผู้อื่น ซึ่งเป็นคำพูดที่เตือนสติตัวเองมาตลอดชีวิตจนตราบเท่าทุกวันนี้

ที่พูดเช่นนี้ ไม่ได้แปลว่า สุดโต่งทางจิตใจ นะคะ แต่หมายถึง หากเราตั้งปณิธานของจิตไว้ในทางที่ถูกต้องและดับทุกข์ได้จริง ไม่ว่าอะไรก็ตามจะผ่านเข้ามาในชีวิตรูปแบบใด เราก็จะมองเห็นเป็นธรรมดาของชีวิต และความเป็นมนุษย์..การอธิบายถึงลิขสิทธิ์ทางปัญญาให้คนทั่วไปฟังว่าต้องเคารพ ให้เกียรติ เจ้าของความคิด ไม่งั้นจะเทียบเท่าอาชญากรทางปัญญา เท่าที่มีประสบการณ์ก็พบว่า บางคนก็รู้ ฟัง แต่ก็ไม่นำพา หรือนำพาไปอย่างนั้น ก็เลยรู้สึกว่าคนทั่วไปฉลาด แต่ไม่ค่อยซื่อตรงกับตนเองและผู้อื่น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เราเปลี่ยนแปลงผู้อื่นและสภาพแวดล้อมได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะละเลย ให้ใครกระทำอะไรก็ได้ตามใจชอบแบบขาดจริยธรรม ทุกอย่างย่อมมีความพอดีในตัวเอง เพียงแต่ขอให้เรามีสติ เท่าทัน และดำรงไว้ซึ่งปณิธานที่งดงามต่อตนเอง ชีวิต และสังคม ในทางที่ถูกต้องและดับทุกข์ได้จริง อะไรที่เข้ามาในชีวิตมันจะเป็นเรื่องเล็กหมดจริงๆค่ะ

ขอให้กำลังใจอาจารย์ ดร.ประพนธ์ สู้ๆ เพื่อ Beyond KM ให้ได้ในที่สุดนะคะ

ด้วยความเคารพรักทุกความเห็นค่ะ

เล็ก-ศุภลักษณ์