สรุปสั้นๆว่า

  1. เราต้องรู้หลักของ การรู้เท่าทันการสื่อสาร
     
  2. แล้วนำ หลักการรู้เท่าทันการสื่อสาร ไปใช้พิจารณาการสื่อสารแต่ละประเภท

       
ด้วยมุมมองนี้ การรู้เท่าทันการสื่อสาร ( Communication Literacy) ก็น่าจะอยู่ในสายการสื่อสาร หรือสายนิเทศศาสตร์

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

 

พี่แอมป์ คะ คิดลงไปอีกนิด

ก่อนที่เราจะรู้หลักของการรู้เท่าทันการสื่อสาร เพื่อจะนำไปสู่หรือนำไปใช้พิจารณาการสื่อสารแต่ละประเภท

เรา "รู้" ในตัวเราเองหรือยัง (insight)

ประการนี้ ครูของน้องเคยพูดให้ได้ยินว่า การจะรักษา คนไข้.. คนไข้ต้องยอมรับแบบ มี insight (ในตัวเขา ว่า เขาป่วย หรือไม่สบายอะไรทำนองนี้)หมอใด ๆ จึงจะรักษาเขาได้

น้องไม่ได้จะมาบอกว่า จะรักษาใคร อะไร ที่ไหน หรือว่าเรา ป่วย

ไม่ใช่

แต่ยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกว่า มันลึกนะ การจะไปรู้เท่าทันการสื่อสาร..(เช่นสมมุติเป็นการสื่อสารของคนที่เขา ไม่ต้องการสื่อสารกับเราจริงแต่ส่งข้อความหรือ..การสื่อสาร หรือ..มางั้น ๆ )

แต่ยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกว่า มันลึกนะ การจะไปรู้เท่าทันการสื่อสาร..และ ยิ่งเพื่อจะนำไปสู่หรือนำไปใช้พิจารณาการสื่อสารแต่ละประเภท

เรามี insight พอจะแยกแยะหรือ "รู้"..ชีวิต ..ประสบการณ์..และที่สำคัญยิ่ง

เรา รู้เราหรือเปล่า

(เหมือนว่า ถ้าเรารู้เราพอสมควร เราก็สมควรอ่านเรื่องที่พี่แอมป์เขียนต่อ)

แฮ่ งงแล้วยังคะ ตัวเองเริ่ม ฮง ๆ ค่ะ

 

เอาใหม่ ไปตั้งหลักก่อนดีกว่า อิ อิ