จากความคิดของข้าพเจ้า คือ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นหลักเกณฑ์ในการดำเนินชีวิต  ดังนั้นขนบธรรมเนียมประเพณีที่ประชาชนนำมาร่วมเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขในการดำเนินชีวิตนั้น ก็ย่อมหนีไม่พ้นการมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเฝื่อแผ่ที่อยู่คู่กับคนในสังคมไทยมาช้านาน ดังจะเห็นได้จากการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม ส่วน ชาวมุสลิมมีการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข คือการบริจาคซากาต(การให้ทาน)โดยการบริจาคซากาตนั้นโดยการนำเอาเงินหรือสิ่งของจากคนที่มีฐานะและคนที่ค้าขายได้กำไรมาให้แก่คนที่มีฐานะยากจน ส่วนชาวพุทธประเพณีทำบุญเดือนสิบ แต่ละคนจะมีการนำขนมเดือนสิบไปแจกจ่ายให้กับผู้หลักผู้ใหญ่หรือผู้ที่เคารพนับถือ ดังนั้นหากสังคมปัจจุบันคนในสังคมยังยึดมั่นในประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามและดำเนินชีวิตอยู่บนทางสายกลาง ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขแล้ว สังคมก็จะพัฒนาไปข้างหน้าและมีความสงบสุข