ผู้ใดรู้ขั้นไหนก็จะอธิบายในขั้นที่ตนรู้

ผู้ใดรู้ขั้นไหนก็ไม่ยอมบอกขั้นที่ตนรู้

ผู้ใดรู้ขั้นไหน ปล่อยว่าง ให้ผู้อื่นเรียนรู้ตามจริตตน

นักปฏิบัติควรรู้อาการของจริตที่จิตของตนคบหาสมาคมอยู่ เพราะการรู้อารมณ์จิตเป็นผลกำไรในการปฏิบัติ เพื่อการละด้วยการเจริญสมาธิก็ตาม พิจารณาวิปัสสนาญาณก็ตาม ความสำคัญอยู่ที่การควบคุมความรู้สึกของอารมณ์ ถ้าขณะที่กำลังตั้งใจกำหนดจิตเพื่อเป็นสมาธิ หรือพิจารณาวิปััสสนาญาณอารมณ์จิตเกิดฟุ้งซ่าน ก็จะได้น้อมนำเอาพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้มาประคับประคองใจให้เหมาะสมเพื่อผลในสมาธิ หรือหักล้างด้วยอารมณ์วิปัสสนาญาณเพื่อให้ได้ฌานสมาบัติ หรือมรรคผลนิพพาน พระธรรมเพื่อผลของสมาบัติ ท่านเรียกว่า "สมถกรรมฐาน" มีทั้งหมด 40 อย่าง http://www.larnbuddhism.com/grammathan/jarit2.html

บางเรื่องเราจึงไม่สามารถเร่งรัดได้ ต้องปล่อยไปตามธรรมชาติของการ รู้ตามจริตตน