ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 และต้นทศวรรษที่ 1990 David Bohm ซึ่งเป็นนักฟิสิกส์ เขียนรายงานชุดหนึ่ง ที่เขาศึกษาถึงวิธีการที่ความคิดเกิดขึ้น และคงอยู่ในระดับร่วมกัน คำถามของเขาที่มีต่อไดอะล็อกกลายเป็นก้าว สำคัญให้แก่การคิดหัวข้อนี้ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก ในหนังสือ On Dialogue (Rutledge Press, 1996) ซึ่ง Bohm เขียนไว้ว่า “ความคิดของเรา นั้นไม่เชื่อมโยงสอดคล้องกัน (Incoherent) และการขัดขวางความมีประสิทธิผล ที่เป็นผลจากรากฐานของปัญหาต่างๆ ของโลก” เขาบอกว่า สาเหตุของการไม่เชื่อมโยงสอดคล้องกันนี้ก็คือ ความเชื่อที่มีอยู่มากในวัฒนธรรมตะวันตกที่ว่า ความคิดเป็นปรากฏการณ์ปัจเจกบุคคล นี่แสดงว่า เรามองว่าความคิดเป็น กิจกรรมส่วนตัวที่เกิดขึ้นในการแยกตัวออกไปอย่างซ่อนเร้นของจิตใจเรา ฉันคิด... ดังนั้น ฉันจึงเป็น

 

แต่ความคดิ ของเราไม่ไ่ด้มีอยู่ใูนสญุญากาศ เพื่อแสดงใหเ้ห็น Bohm กล่าวย้อนความทรงจำถึงการเปิดพื้นที่ไดอะล็อกของชาวอเมริกันอินเดียนและวาทกรรมในที่สาาธารณะของชาวกรีกโบราณ โครงสร้างการสนทนาเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดการยกระดับจากการอภิปรายปรึกษาหารือ (Discussion) ไปยังการบังเกิดขึ้นของจิตใจแห่งกลุ่ม ที่ทำำให้เกิดการตระหนักรู้แูละปัญญา (Intelligence) ไปเหนือกว่ากระบวนการคิดของแต่ละบุคคล เราคิด… ดังนั้น ฉันจึงเป็น และพวกเราจึงเป็น

 

ผู้เข้าร่วมต้องเรียนรู้ที่จะ “เผยความคิดจากสมองตนเอง” เพื่อพูด นั่นคือ เข้าถึงเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ภายใน และแลกเปลี่ยนแบ่งปันกับผู้อื่นที่ทำเช่นเดียวกัน กล่าวอีกอย่างก็คือ เราต้องส่งเสริมการตระหนักรู้ร่วมกันของรูปแบบความคิด ของพวกเรา

รูปแบบความคิด (Mental Model) คืออะไร? รูปแบบความคิด ก็คือ ความเชื่อ ข้อสมมติฐาน และภาพลักษณ์ต่างๆ ที่เรายึดถือในทุก เรื่องเกี่ยวกับตนเอง ผู้อื่น องค์กรของเรา และแนวทางที่โลกดำเนินไป

 

...อ่านเจอมาจาก หนังสือนิทานเกี่ยวกับ Dialogue เรื่อง Listening to the Volcano: สดับเสียงภูเขาไฟ (การสนทนาที่เปิดใจรับความเป็นไปได้ใหม่ๆ)  เลยคัดมาฝากค่ะ

มีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับ Discipline ทั้ง 5 ของ Peter Senge ทั้งอ่านสนุก รูปน่ารัก ได้ความรู้ และ "ได้คิด" ดีค่ะ