ขอบคุณพี่หมอนนท์มากค่ะที่เมลมาบอกว่ามีคนถามถึง : )

คุณหมอ GP คะ เท่าที่ฟังดูนั้น คุณหมอทราบดีแล้วว่าควรทำอย่างไร เพียงแต่มันอดไม่ได้ ห้ามตัวเองไม่ทันเท่านั้นเอง

การที่เรารู้ว่าเรารู้สึกอย่างไรอยู่ รำคาญ โมโห ไม่เป็นไปอย่างที่คิด ไอ้การที่เรารู้ตัวนี่แหละเป็นจุดเริ่มที่สำคัญที่สุด วันนี้คุณหมออาจรู้ตัวช้าไปหน่อยคือมาคิดย้อยหลังตอนคนไข้กลับไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรค่ะ ค่อยๆฝึกไป คราวหน้าพอเราเริ่มมีอารมณ์เราก็มองกลับมาดูอารมณ์เรานี่แหละ บอกตัวเองว่า "มันมาแล้ว" ดูเหมือนดูทีวีอยู่เลย ดูอารมณ์ตัวเอง

ถ้าคิดว่าเป็นกราฟ ก็จะเห็นมันค่อยๆพุ่งๆๆๆขึ้น

เชื่อมั้ยค่ะว่าแค่การที่เราเห็นกราฟพุ่งขึ้นนี้เอง มันทำให้เรากลับมาสนใจตัวเองจนเหมือนเบนความสนใจ แทนที่จะไปหาเหตุผลมาโทษคนอื่น เรากลับมาวุ่นดูตัวเองแทน แค่นี้เรื่องมันก็ไม่บานปลายแล้วค่ะ

พอเราเย็นลง เราจะสามารถคิดทางออกได้ดีกว่าเวลามีอารมณ์ อาจจะบอกป้าว่า หมอว่าป้าไม่ได้ถือมาด้วยนะ แต่ยังไงขอเบอร์โทรป้าทิ้งไว้ ถ้าหมอเจอแล้วจะโทรไปบอก เป็นต้น

เถียงไปไม่มีจบค่ะ ร่วมกันหาทางออกให้เค้าดีกว่า

พอเราเริ่มขึ้นเสียง หรือ เสียงแข็งอะไรๆก็จะแย่ลง

ท่องไว้ในใจก็ได้ว่า "อย่าไปถือสา" หรือ "นิ่งได้ ทนได้"

มัทจะเตือนไว้ข้อเดียวคือ คุยกัยผู้สูงอายุเป็นเรื่องเล็ก แต่คุยกับลูกหลานของท่านที่พาท่านมาหาเรา กลุ่มนี้มีทั้งที่น่ารักมากๆหรือทำงานด้วยลำบากมากๆ ต้องฝึกไว้เยอะๆเพราะวันหน้าคุณหมอได้เจอแน่ๆค่ะ

ส่วนเรื่องเทคนิคการสื่อสารกับผู้ป่วยที่มีสภาวะสมองเสื่อมจริงๆนั้น ไว้มัทจะเขียนบันทึกเรื่องนี้อีกทีช่วงลาคลอดแล้วลูกหลับได้นานๆนะคะ : )