สวัสดีค่ะคุณหมอเล็ก : )

ตะกี้พี่แอมป์เช็คอีเมลแล้วเปิดแพลนเน็ตปุ๊บก็ร้องว่า "..แว้ก..ก..ก...  !!! "  ดังลั่น  ลืมมาดกุนสะตีไปสิบกว่าวิ  : )  

คือแบบว่านึกว่าล้อเล่นแต่คุณหมอเล็กเอาจริงอะ
ชื่อบันทึกได้ใจจริงๆ   ;-)

ทุกครั้งที่จะสอนเรื่องครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องความรักระหว่างหญิงและชาย หรืออะไรก็ตามที่คล้ายๆกันนี้ พี่แอมป์จะตั้งต้นเทศน์เอ๊ยพูดกับเด็กๆอย่างตั้งใจทุกครั้งว่า "ครูจะไปแต่งงาน" แม้ว่าพูดทีไรเด็กๆจะฮาครืนทุกที  แต่พี่ก็มิได้ย่อท้อ  ยังคงตั้งหน้าตั้งตาประกาศอุดมการณ์ต่อไปอย่างมุ่งมั่น อันนี้คือพี่ไม่ได้เข้ามาแก้ตัวนะคะ  แต่จะเข้ามารับสมอ้างเอ๊ยจะมาอธิบายขยายความเหตุผลที่พูดไปเช่นนั้นดังต่อไปนี้

๑.พูดเพื่อฝึกวิธีคิดเรื่อง  "ความรับผิดชอบ"

เพราะพี่แอมป์คิดว่าหลักที่จะทำให้คนในครอบครัวยึดโยงกันได้โดยไม่แตกกระจายไปคนละทิศ เมื่อเกิดวิกฤตในชีวิต คือความรับผิดชอบ   การแต่งงานเป็นพิธีกรรม  ที่แสดงกระบวนการเป็นรูปธรรมของการตกลงใจว่าทั้งสองฝ่ายจะรับผิดชอบในกันและกันให้สาธารณะชนรับรู้ 

พี่จึงพูดย้ำคำว่า "ครูจะไปแต่งงาน" ด้วยท่าทีเบิกบานสำราญใจ    เมื่อพูดกับเด็กๆในประเด็นนี้ เพื่อย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง  ต้องประกอบด้วยความรับผิดชอบเป็นหลักสำคัญ  มิใช่มีสัมพันธ์โดยไม่รับผิดชอบ โดยมิสนใจใครผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับชีวิตตนทั้งสิ้น
ทั้งๆที่ทุกสิ่งที่เราลงมือทำในโลกนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อโลกไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  ทั้งกายภาพและจิตภาพ 

และถึงแม้ว่าในรั้วมหาวิทยาลัย  พี่จะเข้าใจปัญหาสังคมชุดนี้ก็แต่ในภาคทฤษฎี    ส่วนเด็กๆจำนวนหนึ่งเธอล้ำหน้าไปสู่ภาคปฏิบัติในฐานะผู้เชี่ยวชาญเสียแล้ว  แต่พี่ก็ยังเชื่อว่าถึงจุดๆหนึ่งมนุษย์ก็จะคิดได้ว่า  (ก.) ตนต้องการอะไรกันแน่  (ข.)  คุณค่าแท้ๆของการครองคู่คืออะไร (ค.) พฤติกรรมที่ตนเลือกทำอยู่นี้ ใช่แบบที่"ควร"จะเป็นหรือไม่

หากเราสื่อสารเรื่องของคุณค่า โดยเฉพาะการรับผิดชอบในคุณค่าของ"ตัวตน"ในบทบาทและในหน้าที่ต่างๆให้เธอฟังบ่อยๆแบบเนียนๆ   เช่นหน้าที่ของ"พ่อ"ที่ดี หน้าที่ของ"แม่" ที่ดี เทียบให้เห็นกับแบบตรงกันข้าม   เธอก็อาจจะฉุกใจคิดและใช้"ชีวิต"แบบสิ้นเปลืองน้อยลง

(คือบางเรื่องพี่ก็จำเป็นต้องฝึกด้วยวิธีคิดแบบคู่ตรงข้าม  เพราะมันเห็นภาพขาวดำตัดกันชัดแจ๋วดี  แต่ก็ยอมรับว่าคงมีผลข้างเคียงติดไปบ้างไม่มากก็น้อย)


๒.ฝึกวิธีคิดเรื่อง "ความซื่อสัตย์" อันเป็นคุณธรรมสำคัญในชีวิตคู่

คุณธรรมในชีวิตคู่  ช่วยให้ชายและหญิงคู่ใดๆก็ตามสามารถนำเสนอโลกที่ดีแก่ลูกได้  เพราะตนเป็นตัวแบบที่ดี   การมีสัมพันธ์ทางกายโดยไม่คำนึงถึงความซื่อสัตย์ทางใจนั้น  ไม่ถือเป็นคุณธรรม  แต่เป็นพฤติกรรมที่ตอบสนองความต้องการทางกายภาพธรรมดา   ผู้ที่ตัดสินใจที่จะครองคู่และได้รับโอกาสที่จะเป็นพ่อแม่คนนั้น  คุณธรรมคือความซื่อสัตย์เป็นเรื่องสำคัญมาก คุณธรรมนี้เองที่จะส่งผลต่อค่านิยมในการดำเนินชีวิตของผู้เป็นลูกด้วย 

นึกย้อนไปสมัยเด็กๆแล้วรู้สึกประทับใจหนังสือหลายเล่ม  อาทิหนังสือนอกเวลาเรื่อง ผู้ดี ของ ดอกไม้สด   สมัยเด็กๆเราอาจอ่านโดยไม่เข้าใจ แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ข้อคิดที่ได้จากเรื่องอาจทำให้ฉุกใจคิด และฝึกคุมกายคุมใจให้อยู่ในที่ในทาง  ชีวิตจะได้ไม่สับสนจน ผู้เป็นลูกก็ได้รับผลอันเป็นมงคลจากพ่อแม่ที่ครองตนอยู่ในธรรมได้

อันนี้พี่ก็ออกจะขำตัวเองอยู่นะคะคุณหมอเล็ก คือแม้ว่าพี่จะยังไม่มีลิขสิทธ์ : )    แต่พี่คิดว่าเราต้องช่วยกันต้องฝึกให้เด็กๆเข้าใจหลักการเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน  ก่อนที่สภาพปัญหาค่านิยมวัยรุ่นที่ไม่สงวนใดๆ  อ่า..แบบว่า Public Domain จะยิ่งลดทอนคุณค่าของบทบาทต่างๆในครอบครัวไปมากกว่านี้    คือระบบครอบครัวไทย  หากจะให้ลูกมองเห็นและยอมรับได้ว่าบิดามารดาคือพรหมของบุตร   บุคคลทั้งคู่ก็ควรจะเป็นแบบ All Rights Reserved มิใช่แบบ Some Rights Reserved  : ) 

เพราะนี่คือที่มาของคำว่า "กิ๊ก"  และอื่นๆ ซึ่งเป็นค่านิยมความไม่ซื่อสัตย์ที่น่ากลัวเหลือเกิน   ดังนั้นเวลาฝึกเด็กๆ  พี่จะต้องเริ่มที่ความซื่อสัตย์ก่อน  ซึ่งก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างแต่ก็น่าจะดีกว่าไม่ลงมือทำอะไรเลย .....พี่ปลอบใจตัวเองเช่นนั้นนะคะ...

พี่แอมป์คิดว่าไม่มีผู้ใดในครอบครัวที่จะทำให้ผู้เป็นลูกเจ็บช้ำน้ำใจได้เท่ากับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของผู้ให้กำเนิด  พี่นึกเอาใจช่วยเด็กๆทุกคนที่โชคร้าย ให้ผ่านภาวะวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี  

ครอบครัวที่โชคดี คือครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่เป็นพรหมของบุตร  มีหลักธรรมประจำใจให้ยึดถือในภาวะที่ตนยังเป็นปุถุชน  นับเป็นโชคดีของผู้เป็นลูกอย่างที่สุด  พี่จึงรู้สึกว่าลูกภูโชคดีเหลือเกินที่มีคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นต้นแบบที่ดี และรักห่วงลูกน้อยสุดหัวใจ และพี่เชื่อด้วยว่าลูกภูสัมผัสได้ด้วยหัวใจที่ละเอียดอ่อนนัก  ความรักความอบอุ่นที่คุณพ่อคุณแม่ช่วยกันก่อร่างสร้างรูป ก็จะฝังรูปรอยให้ลูกภูเป็นคนดีมีจิตอันเป็นกุศล  เพราะเห็นตัวแบบที่ดีงามเช่นนี้ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก 

พี่แอมป์เห็นตัวอย่างของครอบครัวที่น่ารักแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอย่างมหาศาล  เพราะครอบครัวที่ดีคือของขวัญที่น่ารักที่สุดที่คนสองคนจะร่วมมือกันสร้างให้แก่โลกใบนี้ได้   เราจะได้สังคมสุขภาวะเป็นของขวัญ  ได้พ่อแม่ลูกที่น่ารักเป็นรางวัล  คิดแล้วอยากไปแต่งงานจริงๆ  อิๆๆๆ

และพวกเพื่อนๆที่ชอบพูดว่าอยากไปๆแบบพี่แอมป์นี่แหละค่ะ ที่ยังนั่งมองหน้ากันตาปริบๆ  ในขณะที่พวกเพื่อนๆที่ไม่กล่าวกระไรมากนั้นบัดนี้มีลูกมีเต้าโตทันใช้กันหมดแล้ว  แต่พวกเราก็ยังคงพูดประโยคนี้ล้อกันเองอย่างสนุกสนานและยังมีความหวังร่วมกันอยู่เสมอ    คือทุกคนคิดว่าเรื่องนี้เป็นโครงการต่อเนื่องระยะยาว...ว..

แบบว่ายาว..ว..ว..  ไปจนเกษียณเลยอะค่ะคุณหมอเล็ก  อิๆๆๆ    : )   : )   : )