หลังจากเหตุกาณ์วันนั้น เป็นวิกฤติที่น่านได้สร้างฌอกาส ภูมิคุ้มกันมให้น่าน ทุกน้ำใจหลั่งไหล มาช่วยเหลือ จำได้ว่าอยู่ต่างจังหวัดเห็นโทรทัศน์ออกข่าวมีเครื่องบินมาขนย้ายผู้ป่วยมารับการรักษาที่กรุงเทพ ซึ้งใจ ขอบคุณคนไทย ทุกทั่วแห่ง ที่มีน้ำใจช่วยเหลือ
เหตุการณ์ครั้งต่อมา ลูกชิ้นปลา ดิฉันเลิกจากประชุมวิจัยเชิงคุณภาพที่รพร.ปัว 21.00 น. กลับถึงบ้านที่ท่าวังผา 21.30 น. ขณะเปิดประตูบ้าน ได้ยินวิทยุของอาสากู้ภัยที่อยู่ข้างบ้านถึงเหตุการณ์ดังกล่าว พอเปิดเข้าบ้านแล้วรับโทรศัพท์ จากโรงพยาบาลท่าวังผา ว่าต้องนำรถ refer ไปช่วยอ.บ้านหลวงพร้อมวิสัญยีพยาบาลด่วน (ยังไม่ได้ทานข้าว) รีบตอบรับเพราะตนเองเป็นวิสัญญีพยาบาล คิดว่าต้องช่วยเหลือได้แน่นอน เรารีบไปตามทางลัดย้านปางค่า ออกไปเห็นตำรวจ ศูนย์นรินทร รพ.น่าน วิทยุประสานเส้นทางตลอด บอกว่า มีลมแรง มีรถพ่วงจอดเสียตรงทางโค้ง ให้ระวัง ตรวจสอบจำนวนรถพยาบาล ระยะเวลารถพยาบาลตลอด เมื่อไปถึงรับผู้ป่วย 3 ราย มากับอาสากู้ชีพ 1 คน คิดว่าผู้ป่วยไม่เป็นอะไรมาก มาถึงกลางทาง ผู้ป่วยรายหนึ่งมีหนังตาตก แน่นอก หายใจฝืด จึงหันไปถามน้องอาสาสมัครช่วยเหลือที่มาด้วยว่า เคยช่วยใส่ท่อทางเดินหายใจไหม ได้รับคำตอบว่าเคยแต่ปั๊มหัวใจ จึงโทรศัพท์หาทีมแต่ติดต่อไม่ได้ พยายามให้ออกซิเจนผู้ป่วย คิดว่าถ้าจำเป็นจะจอดรถ และรอคันที่ตามมาเพื่อช่วยเหลือในการใส่ท่อช่วยหายใจ โชคดีที่ให้ผู้ป่วยสูดดมออกซิเจน ให้กำลังใจ สอนหายใจ ผู้ป่วยก็มีอาการดีจนถึงรพ.น่านอย่างปลอดภัย ขณะนำส่งรายทางทหาร ได้เคลียร์ เส้นทางให้รถพยาบาลเดินทางสะดวก ให้ตรงมาที่ถนนมหายศ น่าประทับใจมาก มาถึงรพ.น่าน มีบุคลากรทั้ง โรงพยาบาล ทหาร ตำรวจ อาสามัคร มารับถึงที่รถ อำนวยความสะดวก จัดหาข้าวต้ม น้ำเย็น ที่สำคัญ มีผลไม้รถเปรี้ยวไว้บริการแน่นอน...ดิฉันอยากบอกว่ามีอาการเมารถตั้งแต่ออกจากบ้านหลวงแล้ว แต่อดทนปฏิบัติภาระให้สำเร็จ... กลับถึงท่าวังผา 03.30 น. เช้ารุ่งขึ้น อบรมต่อ 08.00 น. ค่ะ รู้สึกดีใจ ภูมิใจ ที่มีโอกาสช่วยเหลือ และขอบคุณทุกภาคส่วนที่แบ่งปัน อยากให้สังคมน่านเป็นสังคมที่น่าอยู่ มีความสุขค่ะ