อนุมัติ 33ล.ซื้อซีรั่มช่วยเหยื่อหน่อไม้ปี๊บ

วันที่ : 22 มีนาคม 2549

ครม.กำชับ สธ. ยอดผู้ป่วยหนักพุ่งเป็น 42ราย

ยอดผู้ป่วยหนักจาก “โรคโบทูลิซึ่ม” จากหน่อไม้อัดปี๊บที่น่านเพิ่มขึ้นเป็น 42 ราย อาการทรุดเพราะเจอโรคแทรกซ้อน คาดต้องเจาะคอเพื่อช่วยหายใจ ขณะที่ครม.อนุมัติงบ 33 ล้าน รับมือโรคโบทูลิซึ่มจากหน่อไม้อัดปี๊บ ใช้ซื้อซีรั่มต้านพิษจากต่างประเทศมาใช้รักษา และซื้อเครื่องช่วยหายใจเพิ่มเติม “แม้ว” สั่งกำชับ สธ.เร่งแก้ปัญหาด่วน ทำแผนประชาสัมพันธ์เรื่องการกินหน่อไม้ ด้าน สธ.เน้นประชาสัมพันธ์ผู้บริโภคหน่อไม้อย่างปลอดภัย แนะก่อนกินต้องต้มสุก อย.สั่งอายัดหน่อไม้ปี๊บเจ้าปัญหาไปตรวจพิสูจน์และทำลายแล้ว เผยเชื้อโรคร้ายแรงมาก มีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 60 ส่วน สปสช.แจงให้ความช่วยเหลือผู้ถือบัตรทองรักษาฟรีจนกว่าจะหาย ศูนย์พิษวิทยาเปิดสายด่วน 1330 ขี้แจงข้อสงสัย

กรณีชาวบ้าน ต.ป่าคาหลวง และ ต.สวด อ.บ้านหลวง จ.น่าน จำนวน 143 ราย ถูกหามส่งโรงพยาบาล หลังไปร่วมงานพระธาตุเมล็ดข้าว ที่บ้านนาหวายใหม่ หมู่ 5 ต.ป่าคาหลวง แล้วเกิดคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หลังรับประทานหน่อไม้อัดปี๊บที่นำมาทำอาหารเลี้ยง บางรายอาการสาหัสถึงขั้นระบบทางเดินหายใจล้มเหลว โดยสาเหตุเกิดจากหน่อไม้ปี๊บมีเชื้อแบคทีเรียคลอสติเดียม บอทูลินั่ม หรือเชื้อโรค "โบทูลิซึ่ม" ปนเปื้อน ซึ่งสร้างสารพิษรุนแรง โดยปริมาณ 1 มิลลิกรัม สามารถคร่าชีวิตคนได้ถึง 5 แสนคน ซึ่งเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยอาการหนักต้องส่งตัวเข้าห้องไอซียูถึง 35 รายนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 มี.ค. นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน ได้ประชุมทีมแพทย์รักษาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด่วน เพื่อวางแผนการรักษาผู้ป่วยโรคโบทูลิซึ่ม หลังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และตรวจพบผู้ป่วยมีโรคแทรกซ้อน หลังจากนั้น นพ.พิศิษฐ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ล่าสุด ผู้ป่วยหนักหลังได้รับยาต้านพิษ "แอนตี้ ท็อกซิน" แล้ว โดยรวมมีอาการดีขึ้น แต่ก็ไม่มาก ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ โดยขณะนี้มียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากเดิมเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 150 ราย เป็น 161 ราย โดยเข้ารักษาตัว 118 ราย แยกรักษาที่ รพ.น่าน 86 ราย รพ.บ้านหลวง 31 ราย และ รพ.เวียงสา 1 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้น ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเป็น 42 ราย จากเดิม 39 ราย

ทั้งนี้เนื่องจากทีมแพทย์ต้องนำยาต้าน พิษมารักษาให้กับผู้ป่วยหนักก่อน ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการในระดับปานกลางมีอาการทรุดลง นอกจากนี้ตรวจพบว่าผู้ป่วยบางรายมีโรคแทรกซ้อนทางปอดและระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจจะต้องเจาะคอผู้ป่วยประมาณ 4-5 คน เพื่อดูดเสมหะและช่วยหายใจ โดยในวันนี้ได้ประชุมทีมแพทย์รักษาเพื่อวางแผนการรักษา ซึ่งหากต้องใช้เครื่องหายใจเป็นเวลานาน ก็จะต้องวางแผนด้านโภชนาการ โดยให้อาหารทางเส้นเลือดในผู้ป่วยที่ทานอาหารไม่ได้ประมาณ 20 กว่าคน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ครม.เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาจากศาลากลาง จ.เชียงราย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมช.สาธารณสุข ได้รายงานสถานการณ์ของผู้ป่วยติดเชื้อจากการบริโภคหน่อไม้ปี๊บที่ จ.น่าน ให้ ครม.ทราบ โดยระบุว่าขณะนี้มีผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาพักอยู่ในโรงพยาบาล 143 ราย ส่วนใหญ่ยังคงมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดมวนท้อง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งเครื่องช่วยหายใจไปแล้ว โดยขนส่งทางเครื่องบินซี 130 ทั้งนี้ครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ป่วยมีอาการหนัก ต้องใช้แอนตี้ท็อกซิน ซึ่งเราไม่สามารถผลิตเองได้ ต้องติดต่อหน่วยงานในต่างประเทศช่วยจัดส่งมาให้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เรียกเก็บหน่อไม้ปี๊บที่ จ.น่าน และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อทำการตรวจพิสูจน์และทำลายแล้ว ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเน้นย้ำให้กระทรวงสาธารณสุขไปเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว และให้กระทรวงเร่งจัดทำแผนประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในเรื่องการทานหน่อไม้

ส่วนนายพินิจ จารุสมบัติ รมว. สาธารณสุข กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติงบ กลางจำนวน 33 ล้านบาท ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เพื่อนำมาแก้ปัญหาประชาชนได้รับพิษจากเชื้อคลอสติเดียม บอทูลินั่ม ทั้งการจัดซื้อซีรั่มต้านพิษโบทูลิซึ่มเพิ่มเติมจากประเทศญี่ปุ่นจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจเป็นกองกลาง สำหรับส่งช่วยเหลือพื้นที่ที่มีปัญหา ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับซีรั่มพบว่าอาการฟื้นดีขึ้นตามลำดับ ไม่น่าเป็นห่วง แต่มีผู้ป่วยแสดงอาการเพิ่มขึ้นภายหลังการรับประทานหน่อไม้เป็นไปตามที่แพทย์คาดการณ์ไว้ จึงต้องสั่งซื้อซีรั่มและเครื่องช่วยหายใจเพิ่ม

ขณะที่ ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เปิดเผยว่า ได้สั่งให้สาธารณสุขจังหวัดน่าน สั่งให้ชาวบ้านใน อ.บ้านหลวง หยุดผลิตหน่อไม้ปี๊บ และสั่งอายัดหน่อไม้ที่ผลิตในรุ่นเดียวกันกับที่ทำให้ชาวบ้าน กว่า 200 คนเจ็บป่วย เพราะหน่อไม้ปี๊บที่ชาวบ้านผลิตกันเองในหมู่บ้านเป็นวิธีที่อันตรายมาก มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียคลอสติเดียมบอทูลินั่ม ได้สูง

ขณะเดียวกัน นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยด้วยว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เตรียมขอข้อมูลเพิ่มเติมจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน เพื่อให้การช่วยเหลือทางด้านงบประมาณเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นกรณีไม่ปกติที่มีผู้เจ็บป่วยคราวเดียวกันเป็นจำนวนมากในลักษณะโรคระบาด

"สปสช. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้ บริโภคหน่อไม้ทุกคน ทั้งนี้ผู้ถือบัตรทองหากจำเป็นต้องส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาในหน่วยบริการที่มีอุปกรณ์ที่มีศักยภาพสูงกว่า สปสช. ก็พร้อม จะให้การช่วยเหลือและดูแล จนกว่าผู้ป่วยที่ ได้รับสารพิษจะหายเป็นปกติ โดย สปสช. จะนำเรื่องนี้ของบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมจาก คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติใน วันที่ 27 มี.ค. นี้" เลขาธิการ สปสช.กล่าวและว่า ขณะนี้ สปสช. ร่วมกับศูนย์พิษวิทยา รพ.รามาธิบดี เปิดสายด่วนให้บริการเรื่องสารพิษ หากประชาชนสงสัยเกี่ยวกับการได้รับสารพิษภายในบ้าน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1330 กด 5 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป.

http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/popup_news_print.aspx?newsid=83226&NewsType=1&Template=2