สธ.ใช้ ซี 130 เร่งย้าย 20 ผู้ป่วยหน่อไม้ปี๊บ! รักษาอาการในกรุง [23 มี.ค. 49 - 10:24]
กรณีชาวบ้าน ต.ป่าคาหลวง และ ต.สวด อ.บ้านหลวง จ.น่าน กินหน่อไม้ปี๊บและติดเชื้อ “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” นอนรักษาอยู่ รพ.น่าน รพ.บ้านหลวง และ รพ.เวียงสา กว่า 100 ราย โดยเฉพาะที่ รพ.น่าน มีผู้ป่วยอาการหนักใช้เครื่องช่วยหายใจหลายสิบราย การรักษาผู้ป่วยที่อาการหนักเบื้องต้นแพทย์ได้ใช้ยาแอนตี้ท็อกซิน ซึ่งเป็นยาที่ต้องสั่งจากต่างประเทศแล้วจำนวน 70 ราย และให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ในขณะที่หลายฝ่ายได้ออกมาให้คำแนะนำในการผลิตหน่อไม้ปี๊บ ให้ถูกวิธีเพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อระยะยาวนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานคืบหน้าตอนเช้าวันที่ 22 มี.ค. นายปริญญา ปานทอง ผวจ.น่าน พร้อมนางนฤมล ปานทอง นายกเหล่ากาชาด จ.น่าน ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ รพ.น่าน พบล่าสุดมีผู้ป่วยรักษาตัวใน รพ.น่าน จำนวน 82 ราย แยกเป็นผู้ป่วยหนักรักษาตัวในห้องไอซียู จำนวน 27 ราย ส่วนใหญ่อาการยังทรงตัว และมีผู้ป่วย 4 ราย อาการอยู่ในขั้นน่าวิตก แพทย์ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ. เชียงใหม่ราม จ.เชียงใหม่ 2 ราย ชื่อนายนาวิน ปะละวุธ อายุ 27 ปี และนางวี เชื้อหมอ อายุ 42 ปี และ รพ.ศูนย์ ลำปาง 2 ราย ชื่อนางใบสอน เชื้อหมอ อายุ 26 ปี และนายเงิน เขียวดี อายุ 62 ปี ขณะเดียวกัน ได้มีผู้ป่วยจาก รพ.บ้านหลวง อีก 2 ราย อาการหนักถูกส่งมารักษาที่ รพ.น่าน แพทย์นำเข้าห้องไอซียู และมีผู้ป่วยอาการดีขึ้น แพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านอีก 2 ราย คือนายบุญเรียน เชื้อหมอ และนายทนงศักดิ์ มังคละ ส่วนผู้ป่วยที่ รพ.บ้านหลวง มีจำนวน 42 ราย และ รพ.เวียงสา 1 ราย
ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงวิทย์ ได้เดินทางมาที่ รพ.บ้านหลวง อ.น่าน เพื่อให้ความรู้และคำแนะนำแก่ผู้ป่วยและชาวบ้านทั่วไป เกี่ยวกับการป้องกันเชื้อโรคดังกล่าว รวมทั้งวิธีการทำหน่อไม้ปี๊บที่ถูกวิธี เพื่อเป็นการป้องกันระยะยาวด้วย ด้าน น.พ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการของผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังทรงตัว ได้จัดทีมแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมช. สาธารณสุข เผยว่า ได้สั่งการให้กรมการแพทย์วางแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจาก จ.น่าน เข้ามารักษาในโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ที่ กทม. เนื่องจาก รพ.น่านมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งจำนวนบุคลากรและเครื่องมือแพทย์ หากต้องดูแลเฉพาะผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากหน่อไม้มากกว่า 100 ราย และหลายรายยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งจะต้องใช้เวลารักษานาน 2-3 เดือน อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยโรคอื่นๆ
รมช.สาธารณสุขกล่าวต่อว่า ในวันที่ 23 มี.ค. นี้ ได้ประสานงานไปยังกองทัพอากาศจัดเครื่องบิน ซี 130 พร้อมทีมแพทย์และพยาบาลไปรับตัวผู้ป่วยต้องการดูแลอย่างใกล้ชิดมาดูแลรักษาที่ รพ.เลิดสิน รพ.นพรัตนราชธานี รพ.ราชวิถี รพ.ศิริราช รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ. รามาธิบดี วชิรพยาบาล รพ.ภูมิพล รพ.พระมงกุฎเกล้า สถาบันโรคทรวงอก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โดยมี รพ.ราชวิถี เป็นศูนย์กลาง
ด้าน น.พ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ก่อนจะรับตัวผู้ป่วยมาในวันนี้ กรมการแพทย์ได้ส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบหายใจ ด้านพิษวิทยา และระบบประสาท จาก รพ.ราชวิถี และประสานทีมผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี รวม 5 คน เดินทางล่วงหน้าไปประเมินอาการผู้ป่วยที่ รพ.น่าน เพื่อวางแผนส่งตัวมารักษาโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอยู่เดิม เช่น ความดันโลหิตสูง โรคปอด จะต้องให้การดูแลเป็นกรณีพิเศษเพราะอาจมีผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย เท่าที่ได้รับรายงานผลการประเมินเบื้องต้นน่าจะย้ายได้จำนวน 20 ราย ในจำนวนนี้จะต้องเข้าห้องไอซียู 11 ราย คือ รพ. ศิริราช 5 ราย รพ.ภูมิพล 3 ราย และ รพ.พระมงกุฎเกล้า 3 ราย ส่วนที่เหลือจะกระจายไปโรงพยาบาลอื่นๆ
http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=562