ความเห็น


25 มีนาคม 2551 วันนี้ ทำใมต้องเริ่มด้วยวันนี้ทุกครั้งไม่รู้ แต่ถ้าเริ่มแล้วมันรู้สึกดี เมื่อคืนนอนเล่นดูทีวีเพลินจนหลับในห้องหลังบ้าน ลุกมาแปรงฟัน ตอนประมาณตี 2 มาตื่นจริงจังตอนเจ็ดโมง กว่า ๆ เอาผ้าห่มไปตาก พาลูกลงมาข้างล่าง แล้วอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน วันนี้มีอาหารเช้าเป็นสังขยา ช่วงนี้เบื่ออาหารเช้า ไม่รู้เป็นไร แต่ต้องกินเพราะไม่งั้น 11 โมง จะเริ่มใจสั่นแล้ว ลงมาจุดธูปขอพรตอนเช้า “ขอขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายที่ดลบันดาลให้ข้าพเจ้าตื่นมาวันนี้มีความสุข มีสติสัมปชัญญะ ขอให้ครอบครัวของข้าพเจ้ามีความสุข ทำมค้าขึ้น ค้าขายร่ำรวย มีลูกหลานเป็นที่พึ่ง เป็นที่พึ่งให้ลูกหลาน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน จิตใจดีงาม จิตใจเข้มแข็ง ฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง ลูกหลานเรียนหนังสือเก่ง ๆ หมดหนี้โดยเร็ว ขอให้วันนี้ขายได้ 2 – 3 หมื่น บาท สาธุ” (ปล. เทอมที่แล้วลูกชาย 2 คน สอบได้เกรด 4.00 ผลสอบออกวันก่อน เลยพาไปเลี้ยงรวมกับฉลองวันเกิดอาฟะด้วย) ไปทำงาน ตั้งใจจะวางระบบฐานข้อมูลหมอพื้นบ้านพร้อมกันไปกับระบบข้อมูลผู้มีประสบการณ์ด้านการแพทย์แผนไทยโดยใช้ระบบ Access นึกขอบคุณที่เกิดมาเป็นผู้ชาย ที่โดยฐานแล้วมีความคิดสร้างสรรแต่ไม่ละเอียดละออ และขอบคุณที่พระเจ้าสร้างผู้หญิงที่มาเติมความไม่ละเอียดละออของผู้ชาย นั่งทำงานไปสักพัก สาย ๆ ออกมาตามที่มารดาร้องขอ (มาเซ็นชื่อถอนเงิน) เพราะต้องการซื้อของชิ้นหนึ่งที่ราคาสูงมาก ๆ แต่ผู้ขายซึ่งจริง ๆ แล้วขายแพงกว่าคนอื่น แต่เราก็อยากซื้อด้วย แต่เนื่องจากเขามีลูกเล่นมากไปหน่อย ก็เลยเปลี่ยนที่ซื้อ เกิดข้อคิด “ถ้าคุณภักดีฉัน ฉันจะภักดีคุณ” พอบ่าย ๆ ออกไปกุมภวาปี ถกกันเรื่องคณะกรรมการที่เป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการอนุมัติโครงการ ซึ่งก็ขึ้นกับมุมมองของผู้บริหารกับคนทำงาน ผู้บริหารมองว่า มันถึงขีดถ้วยแล้วจะไปเติมให้มันเกินทำใม ทั้ง ๆ ที่น้ำไม่ล้นแก้ว แล้วแก้วอีกใบที่น้ำยังไม่ถึงขีด ทำใมไม่เติมก่อน อันนี้ผมได้ให้ความเห็นว่า ผู้นำเสนอต้องนำเสนอภาพรวมของระบบงานนั้น ๆ ไม่เสนอเป็นท่อน เดี๋ยวจะกลายเป็นตาบอดคลำช้างไป อย่างไรก็ตามผู้จะมาวิพากย์อะไรก็ควรจะมีองค์ความรู้ในประเด็นนั้น ๆ หรือผู้ตอบควรมีคำตอบในกรณ๊ที่ผู้ถามสงสัย เพื่อเป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เย็น ๆ ไปรับลูกคนเล็ก คือเจ้าจินเถียน กลับมาบ้านแล้ว นั่งเฝ้า สักพักก่อนออกไปร้าน ก สัมพันธ์ วันนี้ยายนุชขึ้นเวรบ่าย จินเถียนอยากถ่าย ขอให้ถอดกางเกงให้ ก็เลยรำพึงว่า “คนอื่น ๆ หลาย ๆ คนที่อยากมีลูกบางคนต้องลงทุนเป็นแสนเด้อ ต้องดูแลมันหน่อย” ในใจนึกว่าตนเอง (มึง) มีแล้วก็จงเลี้ยงเขาอย่างเต็มภาคภูมิ เต็มภูมที่ตนเองจะพึงมีได้ ไม่ปล่อยปละละทิ้ง ละเลย แจ้อุ้มมาคิดว่า “กู” ประชดเขา คนอย่างผมนะมวยไฟท์เตอร์ครับไม่ใช่บอกเซอร์ ถ้าสงสัยจะพูดตรง ๆ ไม่ขี่ม้าเลียบค่ายดอก หัวค่ำ ไปขายเครื่องวัดน้ำตาล ที่ร้าน ก สัมพันธ์ ชอบลูกค้าคนนี้มาก เพราะซักถามอย่างละเอียดจะได้สามารถพึ่งตนเองได้ อัตตาหิ อัตโนนาโถ (เขียนแบบอ่านนะ ไม่ได้เขียนแบบบาลี) จากนั้นไปรับเทียนจุ้ยกับฟะฉายซ้อมดนตรี เห็นฟะฉาย ฟาดปิงปองโดยใช้เทคนิคเทนนิส ขอบใจยายนุชที่บ่มเพาะลูก พอค่ำ กลับบ้าน ฟาดฟันกับสติที่แตกของตนเอง เพราะผิดคาด หรืออาจจะจุกจิกในเรื่องที่คนอื่นไม่จุกจิก คือว่าหลานชายจินจวน ไปหยิบด้ายสีทองที่เอาไว้ทำงานกับสินค้า มาวิ่งเล่น ถึงกับจุกครับ พูดไม่ออกได้แต่บอกมารดาว่า ช่วยเอามาเก็บที่แล้วพาลพูดว่า “มันขึ้นไปเอามาเล่นได้ยังงัย” ก็เลยโดนพายุคืนมา พอเดินเข้าไปกลางบ้าน เจอเมโลเดี้ยนกระจายอยู่ ก็เลยต้องไปตามทุกคน ขอย้ำว่าทุกคน เข้ามาเพื่อร่วมรับรู้ แต่กลายเป็นมารดาผู้เดียว มารดาจะจัดการทุกอย่างได้เชียวหรือให้คิดถึงคำพูดที่ว่า “แบกโลก” แล้วได้แง่คิดว่า สิทธิและหน้าที่ เด็กมีสิทธิเล่น ผู้ใหญ่มีหน้าที่เก็บและดูแล ยิ่งเล่นมาก ยิ่งต้องดูแลมากเช่นกัน

แบ่งกลุ่มของเล่นเป็น 6 กลุ่มได้

กลุ่ม ตัวต่อเกรดเอ ฝึกความละเมียดละไม ดูงานที่ละเอียดอ่อน

กลุ่ม ตัวต่อเกรดบี ฝึกความแข็งแรง ดึงยาก ต่อยาก ต้องใช้แรง

กลุ่มตัวต่อ แบบเข้าสลัก และรูปทรง เรียนรู้เรื่องเรขาคณิต

กลุ่ม ชุดครัว เรียนรู้ชีวิต

กลุ่มตุ๊กตูน หุ่น รถยนต์ เรียนรู้ความจริงของชีวิต

กลุ่มของเล่นไม้ ปลอดภัยไร้สารพิษ

แล้วก็แบ่งออกใส่ 6 กล่อง

ข้อคิดประจำวัน คิดนอกกรอบคือเทรวมกันได้ อย่าลืม สิทธิของเด็กคือเล่น หน้าที่ผู้ใหญ่คือเก็บ อย่าเบื่อเก็บ เพราะเด็กไม่เบื่อเล่น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี