สวัสดีครับ อาจารย์Wasawat Deemarn
สบายดีครับผม งานเยอะและยุ่งหน่อยครับ บทความนี้ไม่ได้คิดจะทำร้ายหัวใจใครครับ แต่บ่นเพื่อบอกว่าเราคงต้องหันมาทบทวนกันแล้วละครับ หากต่อไปใครๆ ก็ส่งลูกไปเข้าสถาบันติว แล้วองค์กรให้การศึกษาหลักจะมาเซ็นใบปริญญา รบ.ประกาศนียบัตรอย่างเดียวหรือ? หากย้อนไปในระบบการเรียนการสอนสมัยก่อน ไม่มีสถาบันติว แต่ทำไมสร้างคนเป็นครูได้ดี สร้างครูที่มีคุณภาพได้เพียบเลยครับ หรือว่าอย่างไร จริงๆ โลกเปลี่ยนไปบ้าง กระบวนการเรียนรู้ การสอน การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ก็น่าจะต้องปรับให้เข้ากับผู้เรียนเช่นกันนะครับ เพียงแต่จะปรับอย่างไร นี่คืองานวิจัย ปรับตัวปรับใจ ปรับใครปรับเรา
เมื่อวานผมเข้าไปร่วมประชุมโครงการแนะนำและความร่วมมือทางการศึกษาและวิจัยในประเทศเยอรมันที่ มอ.หาดใหญ่ ครับ เห็นแล้วทำให้ซาบซึ้งในหัวใจของประเทศยักษ์ใหญ่ที่ให้การศึกษาฟรีมองเห็นการพัฒนาการศึกษาวิจัยและวิทยาการในประเทศที่กำลังพัฒนา เค้าเน้นจะให้ทุนนักเรียนไทยโดยที่นักศึกษาจะต้องกลับมาพัฒนาบ้านเกิด นี่คือผู้ให้ที่แท้จริง แม้ว่าเราไปบ้านเค้าก็ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมเค้าแต่ไม่ได้เสียหายใดๆ แต่การช่วยเหลือแบบนี้จริงใจครับ พอหันกลับมาในบ้านเราแล้ว คิดต่อกันเองนะครับ
หากเราจริงใจในการแก้ไขปัญหาการศึกษาในบ้านเราผมจะบอกว่าเราไปอีกไกลครับ ผมไปเวียดนามมาหนึ่งอาทิตย์ ไปมาแล้วสามครั้งทุกๆ สามปี พัฒนาไปเยอะครับ คำตอบหนึ่งที่น่าสนใจมาก เค้าบอกว่าประเทศเค้ายากจน การที่จะสู้กับความยากจนได้มีอยู่ทางเดียวคือ การศึกษาหาความรู้
คนเวียดนามถึงเป็นทั้งคนขยันและอึดในตัว หลายๆ อย่างครับ