นี่เป็นโจทย์ที่น่าสนใจสุดๆ เลยครับ...

  • ประมาณปี 2528 อาจารย์แพทย์ในอเมริกาตีพิมพ์บทความว่า หมอในอเมริกามีปัญหา 'D' หลายตัวสูงกว่าประชากร (drug = ติดยา เช่น เหล้า ฯลฯ; depression = ซึมเศร้า; divorce = หย่าร้าง)
  • หมอที่ฆ่าตัวตายมากดูจะเป็นจิตแพทย์เสียเอง ซึ่งอาจเป็นผลจากการที่ต้องฟัง ต้องคลุกคลีกับคนบ้ามากไปหน่อย

เมืองไทย...

  • อาจารย์แพทย์สถาบันหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำการสำรวจนักศึกษาแพทย์ พบว่า มากกว่า 90% มีประสบการณ์ใช้ยาคลายเครียด (ซึ่งแน่นอนว่า ดีกว่าผลการตรวจนักศึกษาที่สอบเข้าวิทยาลัยพลศึกษาแห่งหนึ่งที่เคยพบยาบ้ามากถึง 20+%)

ไม่ทราบ...

  • ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า หมอส่วนใหญ่เวลาเครียดทำการแก้ไขกันอย่างไร เนื่องจากไม่มีการศึกษาอย่างเป็นระบบ (หรือมีแต่ผมไม่รู้...)

ประเด็น...

  • เรื่องสำคัญมากคือ องค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า ประเทศที่ฆ่าตัวตายสูงนั้น 90% มาจากการรักษาโรคซึมเศร้าไม่ทั่วถึง หรือสังคมไม่ยอมรับการรักษาโรคเหล่านี้
  • ทางที่ดีกว่าคือ การมองว่า โรคเหล่านี้ส่วนใหญ่รักษาได้ และผลการรักษาก็ดีด้วย

ประสบการณ์...

  • หมอท่านหนึ่งที่ยื่นใบลาออกไปแล้ว เล่าว่า เดิมก็คิดจะรับราชการ ทำงานตามอำเภอ
  • วันหนึ่งเจอคนไข้ด่า (คนไข้หลายๆ คนก็ปากเหลือเกินจริงๆ คือ มาถึงก็หาเรื่องเลย บางคนด่าตั้งแต่ รปภ., คนห้องบัตร, พยาบาลห้องฉุกเฉิน, หมอ ฯลฯ) ทำใจไม่ได้ ลางานไป 7 วัน
  • หนที่สอง... อยู่เวรห้องฉุกเฉินวันเดียว เจอคนไข้ปาก... ด่าติดต่อกัน 2 ราย คราวนี้ยื่นใบลาออกเลย
  • ท่านจะไปทำคลินิกเสริมสวย รายได้ขั้นต่ำเดือนละ 80,000 บาท ค่าคอมฯ ต่างหาก
  • นี่ก็เป็นทางออกของคุณหมอที่มีทางเลือก

...