คนเราบางครั้งจะตั้งใจปฏิบัติธรรม จะละ จะปล่อย จะวาง ก็กลัวจะ "เสียรส เสียชาด"
เพราะคิดว่ารูป เสียง กลิ่น รสต่าง ๆ ที่เคยได้สัมผัสแล้วนั้นดีแล้ว
ถ้าปฏิธรรมไปมาก ๆ กลัวจะเสียความสุขจากความรู้สึกที่เคยคิดว่าสุขนั้น ๆ
บางครั้งไม่กล้าจะทำความเพียรมากก็เพราะ "กลัวจะนิพพาน"
กลัวเหนื่อย กลัวป่วย กลัวง่วง กลัวร่างกายรับไม่ไหว อย่างนี้ก็เรียกว่า "กลัวจะนิพพาน"
จะสงบจิต สงบใจ ก็กลัวว่าจะไม่สุข ไม่ได้เพลิดเพลินไปตามความคิด ความฝัน
จะบอกก็บอกยาก ว่ารสชาดที่จักได้พานพบจาก "ความสงบ" ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติธรรมนั้นเป็นเช่นไร เพราะสิ่งเหล่านี้เป็น "ปัจจัตตัง" รู้และเห็นได้ด้วยตนเอง
ไม่มีใครบอกได้ ไม่มีใครเล่าให้ฟังได้ ต้องทำเอง รู้เอง
เดี๋ยวนี้คนทำน้อย ปฏิบัติน้อย แต่รู้มาก และพูดมาก
คนยิ่งรู้มาก มักจะพูดมาก
ถ้ารู้จริง รู้แจ้งก็ดีไปอย่าง
แต่ถ้าดีแต่รู้จำล่ะก็ แย่เลย
แต่นั่นก็เถอะ... ไม่ใช่สาระสำคัญอะไรมากนักกับชีวิตและจิตใจของบุคคลอื่น ที่เขาจะเป็นจะไปตามกรรมหรือการกระทำของเขา
สิ่งสำคัญ จำเป็นอย่างเร่งด่วนของเราในวันนี้ เวลานี้ก็คือ ปลดเปลื้องความโลภ ความโกรธ และความหลงออกไปจากใจของเราเอง
ทำดี ทำให้ไว ต้องทำดี ทำได้ ทำไว้สำหรับใจของเราเอง...