น้องพิม...

.

.

๐ คงเหมือนหมอก, น้ำค้าง..ตอนสางตรู่

แดดทอดสู่หม่นพรางก็จางหาย

ก่อนหยาดเพชรแพรผืนถูกกลืนกลาย

ค่อยค่อยร้างระเหยหาย..กับสายลม

.

๐ ฉ่ำชื้นบนยอดหญ้า..ค่อยพร่าเลือน

สิ้นดาวเดือน, งามระยับ-ย่อมลับล่ม

งามเอย..งามละม่อมเคยจ่อมจม

มาจะล้มลงวายเมื่อปลายคืน

.

๐ ระเหิดระเหย-ร้าง..น้ำค้างหยาด

ก่อน..บำราศดินแดนทั้งแผ่นผืน

ระเหยห่างหว่างพลบ..จนกลบกลืน-

คือหยาดน้ำใจรื่น..เคยตื่นรับ

.

๐ ฤๅจะเช่นน้ำค้าง..ตอนสางรุ่ง

เพียงเรื่อรุ้งแสงพลอดก็มอดดับ

สิ้นผกายเกล็ดแก้วเคยแวววับ

เหลือหม่นหมองโจมจับ..ลำดับนั้น

.

๐ ลมอุษาพลิ้วผ่าน..ฝ่าลานหญ้า

เมื่อรูปรอยคุณค่าเริ่มพร่า-สั่น

จะเริดร้างรูปตระการแห่งวานวัน

เพื่อจะตรึงติดมั่น...ในสัญญา

.

๐ เสียงวิหคครวญคร่ำ..ลมร่ำสาย

เมื่อใจคล้ายเหม่อลอยละห้อยหา

ราวอกใจคร่ำครวญ..เมื่อจวนลา

แต่นี้จักเหว่ว้า..จนกว่าวาย

.

๐ สะทกสะท้อนใน..หัวใจนี้

เมื่อภาพที่ใฝ่ฝันจะพลันหาย

มาจะเลือนลับไปทั้งใจกาย

เหลือเพียงสายเยื่อใย..หัวใจมี

.

๐ ดูเถิดวันคล้อยดวง..ใกล้ล่วงลับ

เหงาก็จับแน่นในหัวใจที่-

โหยหารูปอาลัย..ผู้ใยดี

กับไมตรีเคยมอบ-รับตอบกัน

.

๐ จะรุมเร้าความย้อน..ครั้งก่อนกี้

กับรูปที่อกอ้อม..เคยกล่อมขวัญ

สองแขนโอบกอดเนื้อ..อุ่นเนื้อ..ปัน-

ความผูกพัน..เอมอิ่ม..ให้ลิ้มรส

.

๐ ลำดวนเอ๋ย..เมื่อพรากไปจากถิ่น

แม้น-กรุ่นหอมรวยริน..คงสิ้นบท

หาก-แรงฤทธิ์พิสวาท..ฤๅอาจลด

อันอาจปลดปลงหวังลงทั้งเป็น

.

๐ ดูเถิด..หมอก, น้ำค้าง..ตอนสางตรู่

แดดทอดสู่โลมต้อง..ก็มองเห็น-

หยดหยาดเพชรเป็นระเบียบ..กลางเยียบเย็น

ย่อมจักเร้นเลือนสลาย..กับสายลม

.

๐ ดูเอาเถิด..อกใจที่ไห้หวน

รับรู้ส่วนเช้าชื่นด้วยขื่นขม

ลำดับเรื่องบีบคั้นให้รันทม-

ก็ห้อมห่มโอบเอื้อ..เป็นเนื้อเดียว