เรียนคุณ สุวัฒน์ กอไพศาล ครับ

ผมขอเรียนตอบในมุมมองของผมนะครับว่า ก่อนอื่นนั้น ต้องแยก 2 ส่วนให้ออกก่อน ซึ่ง 2 ส่วนนั้นก็คือ 1. ตัวเนื้อหาวิชา และ 2. ตัวองค์กร

ที่ต้องบอกอย่างนี้ก่อนก็เพราะว่า ตอนนี้คนส่วนมากนั้น มักจะแยก 2 ส่วนนี้ไม่ออก ซึ่งสาเหตุนั้นก็มาจากหลายสาเหตุ ซึ่งผมยังไม่ขอกล่าวไว้ ณ ที่นี้

ผมจะไม่กล่าวถึงส่วนขององค์กรแต่ประการใด แต่ในส่วนของเนื้อหาวิชานั้น สามารถอธิบายได้ ซึ่งถ้าศึกษาอย่างจริงๆ แล้วจะพบว่า วิชาธรรมกายนี้สามารถอธิบายปรากฎการณ์หลายๆ อย่างได้อย่างเป็นรูปธรรมทีเดียว

แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่า คนส่วนมากนั้น ก็มักรู้จักเนื้อหาวิชาธรรมกายเพียง ดวงแก้ว พระพุทธรูป เท่านั้นเอง แต่วิชาลึกๆ นั้น หาคนรู้ยากมาก ส่วนหนึ่งนั้นก็เกิดมาจากการห้ามเรียนกันเอง ในหมู่คนที่เป็นวิชาด้วยกันเองบ้าง โดยอ้างเหตุผลนานาประการ

เมื่อคนไม่รู้ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาความรู้อะไรมาอธิบาย ก็ตีความกันไปตามตัวหนังสือหรือหลักฐานเท่าที่มี ซึ่งถ้าคิดด้วยสามัญสำนึกแล้ว ก็พบว่า มันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ส่วนที่ตกหล่นไปอีกไม่รู้เท่าไรที่ไม่รู้

สรุปก็คือ ถ้าไม่ศึกษา ไม่เรียนโดยการปฏิบัติเอง ย่อมไม่มีทางรู้อย่างแน่นอนครับ

และจากที่คุณถามมาว่า "นิพพานคือ อัตตา หรือ อนัตตา" นั้น ผมขอตอบโดยเบื้องต้นง่ายๆ ก่อนว่า ในวิชาธรรมกายนั้น เมื่อศึกษาและปฏิบัติไปแล้วจะพบว่า "เป็นได้ทั้ง 2 อย่าง" ครับ

แต่คำถามนี้นั้น ยากนักที่จะอธิบาย ถ้าไม่มีพื้นมาก่อนเลย และเป็นคำถามที่กว้างมากทีเดียว อีกทั้งเรื่องที่สำคัญกว่าันั้นก็คือ ตอนนี้จิตใจของคนต่ำลงเรื่อยๆ นี่คือ ปัญหาเฉพาะหน้าที่เราต้องหันมาแก้ไขกันมากกว่าีครับ

แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่ต้องคิดอะไร? แต่เท่าที่ผมเจอมา คนเอาจริง ศึกษาจริงน้อย เมื่อรู้น้อย ก็อาศัยความรู้สึกเป็นตัวตัดสิน ไม่เกิดประโยชน์อะไรมากนัก

เท่าที่ผมกับอีกหลายๆ คนที่สนใจในวิชานี้ยังคงอยู่ก็คือ ความเป็นเหตุเป็นผลของวิชาที่เกี่ยวข้องกัน และมีความเป็นรูปธรรมในตัว มีขั้นมีตอนการฝึกชัดเจนครับ

ถ้ายังไงอยากรู้อะไรจริงๆ ผมยินดีที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ความเห็นกันครับ

สำหรับ Source ที่แนะนำก็คือ www.wisdominside.org ครับ

ยินดีที่ได้รู้จักครับ