สวัสดีครับมิตรรักนักเพลงทุกท่าน

วงชักเริ่มกระเพื่อม ขอเล่นต่อให้กระฉอก (อิ อิ)

คุณณภัทร๙ ได้ยกประเด็นที่น่าสนใจมากขึ้นมา คือ ระดับจิตวิิญญาณปัจเจก และสมุหะ อาจจะเป็นจุดแยกกระแสเถรวาทหรือมหายานรึเปล่า อันนั้นยกให้เป็นเรื่องของ academia ไป แต่ขอสะท้อนความรู้สึกของผมเองในเรื่องนี้ออกมา (ไม่มี references ครับ)

ผมคิดว่าในขณะที่เราอาจจะทำอะไรๆเป็นปัจเจกได้ และได้ดีทีเดียว แต่ "นัยสำคัญ" ของเรื่องนี้ โดยความเห็นส่วนตัวผมแล้ว มันคงจะแห้งแล้งทีเดียว ถ้าที่สุดแล้วเราได้ยกระดับจิตของเราไปเพียงคนเดียว หรือทุ่มเทพลังงานเพื่อสิ่งนี้ "ก่อน"

ตรงนี้อาจจะทำให้ผมเห็นต่อไปอีกว่า บางทีระดับที่ว่านี้ ก่อนหรือหลัง อาจจะไม่สำคัญเท่า impact หรือ outcomes ต่อสังคมว่าเป็นเช่นไร ผมเองค่อนข้างจะเชื่อว่าประโยชน์ของความรู้อะไรก็ตาม มันต้องนำไปใช้ และใช้ต่อสังคมโดยรวมด้วย และ "ระหว่างนั้นเอง" ระดับจิตปัจเจกจะค่อยๆวิวัฒน์ และยังคงมีสายใย (superstring มั้ง) เชื่อมโยงกับสายใยของสมุหะตลอดเวลา เราไม่เคยผละขาดลอย เป็นว่าวสายป่านขาด จากสังคมจริงๆ (อาจจะอุเบกขา แต่นั้นเป็นเพียงการละอารมณ์ ละยึดเหนี่ยว เรายังมีอิทธิพลมากมายต่อระบบอยู่ เหมือนอรหันต์ทุกองค์ เหมือนศาสดาทุกท่าน)

ตัวอย่างมีมากมาย วันนี้ผมพึ่ีงทำ dialogue ระหว่างกลุ่มผู้ทำ palliative care ในซิดนีย์หลายเขต มารวมกัน ทุกคนแลกเปลี่ยนว่าเขตตนเองทำอย่างไร มีอุปสรรคอย่างไร และแก้ไขอย่างไร ผลัดกันพูด เพื่อที่จะหา best practice ของ New South Wales ออกมาให้ได้ เป็นการ sensing ที่สนุก ได้ความรู้ และคืบหน้า น่าสนใจ อย่างยิ่ง และผมอยากจะคิดว่าเพราะหัวข้อเป็น self-less dialogue ที่คิดจะทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ทำให้การประชุมหนึ่งวัน มีผลิตผล outcomes ออกมามากมาย เกิดมิตรภาพระหว่างคนที่มาประชุมอย่างแปลกประหลาด ในความเชื่อในความดีสากล

ผมคิดว่าการเริ่มต้นความดีที่ชุมชนและ selfless เป็นกุศโลบายที่น่าสนใจ และน่า promote อย่างยิ่งครับ