สัญญามีตรามั่นก็จะเรียกกระดาษชิ้น
ละทิ้งธรรมมะสิ้น เพราะอ้างคำว่าจำเป็น
***************************
ตามไปอ่าน วิธีสอนแปลก ๆ มาค่ะ
ชอบค่ะ
เคยจดจำ*ครูคนหนึ่งของเราที่วิธีสอน "เหมือนไม่ได้สอน" ท่านหนึ่ง ท่านสอนภาษาไทยตั้งแต่น้องอยู่ประถมห้า เป็นโรงเรียนสอนพิเศษแบบการกุศล สอนธรรมะเป็นหลัก สอนเด็กนอกเวลา ไม่เลือกเด็กที่รับมาเรียนเลยค่ะ รับทุกคนที่มาเรียน ไม่เลือกชั้นวรรณะ,ไม่เลือกศาสนา (ศาสนาพุทธนี่ใจกว้างเป็นแม่น้ำ..)
นักเรียนใส่ชุดโรงเรียนกลางวันของตัวเองมาเรียนค่ะ สวมรองเท้าแตะได้
นักเรียนบางคนกลางวันไม่ได้เรียน คงมีความจำเป็น ก็ให้ใส่ชุดสุภาพหน่อยมาได้
ชื่อ"โรงเรียนยุวพุทธิกสมาคม" ตอนนั้นน้องอยู่ชลบุรีค่ะ
*ครูคนหนึ่ง คนนี้มีส่วนอย่างมากที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรา ซึ่งเพิ่งจบการเรียนชั้นประถมต้นจากโรงเรียนจีนมา สนใจและชอบภาษาไทยมาก
ท่านมักจะนำรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมือมาที่โรงเรียน
ท่านให้เด็ก ๆ เขียนไทย คำไทยตามคำบอก
แล้วเมื่อเฉลยก็อธิบาย ความหมายของคำศัพท์นั้น ๆ
ท่านไม่ได้สอนสนุกขบขันมากนัก แต่ท่านมีความเมตตาปราณีเต็มเปี่ยม
เด็กคนไหนไม่มีดินสอ ท่านเอามาเผื่อและให้ไปใช้ที่บ้าน
ท่านแต่งกายเรียบร้อย สมถะ
....มีอีกมาก เขียนเป็นบันทึกน่าจะเหมาะสม...
แหมเกือบลืมบอกตอนสำคัญว่า เด็กหญิงเล็ก กวาดรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เกือบทุกคืน
จนครูมากระซิบวันหนึ่งว่า "หนู ต่อนี้ไป ครูขอให้คนอื่น ๆ เขาแข่งกันนะ แต่ครูมีสิ่งละอันพันละน้อยแก่หนู นะครับ"
น้องจึงได้บทเรียนบทแรก ว่า
เรียนเพื่อรู้และการแบ่งปันมิใช่แข่งขัน..เสมอไป