ขอแบ่งปันประสบการณ์สักเล็กน้อยด้วยคนครับ
1. เรื่องการกินน้ำของนกแอ่นกินรัง จากที่เคยไปสังเกตุดูนกที่วัดช่องลม จ.สมุทรสาคร 3-4 ครั้ง มีครั้งหนึ่งที่เห็นด้วยตัวเองคือนกบินโฉบกินน้ำในอ่างน้ำในวิหารหลวงปู่แก้ว ถ้าคนที่เคยไปวัดช่องลมคงจะสังเกตุเห็นอ่างน้ำใหญ่ในวิหารนะครับ อีกครั้งก็เห็นที่ท่าน้ำหน้าวัดช่องลม นกบินโฉบกินน้ำในแม่น้ำท่าจีนครับ ส่วนนกแอ่นในถ้ำยังไม่มีประสบการณ์ครับ อาจจะกินน้ำทะเลก็ได้ครับ เลยทำให้เส้นของเนื้อรังหนา(ผมคาดเดาเอานะครับ) ต้องรองานวิจัยเรื่องสายพันธุ์นกก่อนว่านกในถ้ำกับนกในอาคารเป็นสายพันธุ์เดียวกันหรือไม่ ถ้าเป็นสายพันธุ์เดียวกัน เรื่องน้ำที่นกกินก็อาจจะมีผลต่อคุณภาพของรังครับ
2. เรื่องสปริงเกอร์ที่พ่นในอาคารนกวัตถุประสงค์หลักๆก็คือเพื่อให้ความชื้นในอาคารมีความเพียงพอไม่ให้รังนกแห้งและร่วงจากเพดานเพราะถ้าความชื้นต่ำกว่า 65% รังนกก็จะร่วง(อันนี้เป็นงานวิจัยของประเทศเวียตนามที่เขาเก็บข้อมูลจากถ้ำในเกาะที่มีนกแอ่น) แต่จากประสบการณ์ในอาคารนกที่ปากพนัง ความชื้นประมาณ 72% ก็มีบางรังที่ร่วง และหลายรังก็ร่อนจากไม้ ความชื้นที่ดีประมาณ 80-85% ถ้าฤดูฝนฝนตกทั้งวันทั้งคืนติดต่อวัน6-7 วันอย่างเช่นเดือนธันวาคม 2548 ที่ผ่านมา ทำให้ความชื้นสูงถึง 92-95% อันนี้ไม่ค่อยดีเท่าไรนักเพราะจะทำให้เกิดเชื้อราตามพื้นอาคารได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณมูลนกที่พื้น และอาจจะเป็นอันตรายในระยะยาวต่อผู้ที่เข้าไปทำงานในอาคารนกได้ ถ้าไม่ได้สวมหน้ากากป้องกัน และไม่ได้ทำความสะอาด(เก็บมูลนก)อย่างสม่ำเสมอ
3. ส่วนสปริงเกอร์ที่ติดบนหลังคาอาคารนกวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดความร้อนของพื้นที่ใต้หลังคา โดยเฉพาะบ้านเก่าๆที่มีนกมาอยู่เองและหลังคาเป็นสังกะสี หรือหลังคากระเบื้อง บางหลังที่เป็นตึกที่ดาดฟ้าโล่งๆก็ช่วยได้มากครับ
สุพจน์
7/2/2549