.. มันเป็นความฝันมาตั้งแต่อดีตกาล นานมาแล้วนะคะ ถ้าอาจารย์ยังพอจะเหลือความทรงจำเรื่องเสียงกระชิบในสายลม..บ้าง
หนูก็อยากจะอาศัยอยู่ ใน The cloud cuckoo land หรือ ดินแดนพระศรีอารย์ แหละค่ะ โลกที่เต็มไปด้วยผู้คนซึ่งประกอบจิตใจด้วยความเมตตา ปราถนาให้ผู้อื่นมีความสุข (ถึงไม่สุขแต่เป็นทุกข์น้อยลงก็ยังดี) เห็นประโยชน์ส่วนตนเป็นอันดับสองรองจากประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ ไม่อิจฉา ไม่ริษยา ไม่เอาเปรียบหาประโยชน์สุขใส่ตัว โดยปล้นชิงมาด้วยความทุกข์ของผู้อื่น จิตเบิกบาน ไม่ห่วง ไม่กังวล เป็นมนุษย์งามพร้อม อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ ...
แต่ในโลกของความเป็นจริง ... ปฏิเสธคุณกวินไป มันก็ไม่หลุดไปจากหน้าผาก
“เรา .. อยู่ในโลกของความเป็นจริงซึ่งโหดร้าย .. ดังนั้น”
ยังมีคนแบบ “พวกมัน” ใช้อากาศหายใจร่วมกับ “พวกเรา” แล้วก็อยู่ปนกันไปปนกันมา เผลอๆ กฏหมายก็ถูกตรามาด้วยกฏหมู่ กฏของ “พวกกู” มันก็เป็นดังนี้มาตั้งนานแล้ว เป็นเรื่องที่ .. คนมีโอกาสมากกว่า .. เป็นคนกำหนดทิศทางการใช้ทรัพยากร ..
เรื่องของ “พวก” ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ..
แบ่งก็ได้ค่ะ .. วัฒนธรรม .. วิถีการดำเนินชีวิต
เป็นสิ่งที่คนในสังคมนั้นๆ ผลิตสร้างขึ้น ด้วยการเรียนรู้จากกันและกัน และร่วมใช้อยู่ในหมู่พวกของตน ถ้าเป็นไปได้ .. แม้เพียงในฝัน ... วันหนึ่ง “พวกเรา” ก็จะมีกติกาการอยู่ร่วมในบ้านเรา แบบที่เรามีความสุขที่จะใช้ชีวิตอยู่ในวิถีแบบนี้ กับคนพวกนี้ ส่วนพวกที่ไม่ใช่ ก็ .. ออกไป ..
หนูยังสงสัยว่าในโลกที่ความเป็นที่หนึ่ง ความเป็นเลิศ ยังเป็น reward เป็น primary source ที่ผลักดันเราอยู่ เราจะมีพื้นที่เผื่อคนที่ด้อยโอกาสกว่าได้สักเท่าไร พื้นที่ที่แบ่งกันในระดับเดียวกัน ไม่ไช่เหยียบหัวเพื่อนขึ้นมาเพื่อ “เป็นเลิศ” ในโลกที่เพื่อนร่วมงาน .. ยังมีทัศนะว่าด้วยการใช้ “ความรู้” เป็นอาวุธ ในการทำร้าย ทำลาย เอาเปรียบ เราจะปลูกเพาะ ความเมตตา ขึ้นได้ในบรรยากาศ แบบที่เรากำลังหายใจอยู่นี้ ?
แต่ไม่แบ่งก็ได้ ... เพราะถ้าไม่มีคนดี ก็จะไม่มีคนเลว ..
เมื่อไรก็ตามที่มี พวกมัน พวกเรา ... Non judgmental attitude หลักการเรื่องการห้อยแขวน จะต้องเป็นหลักคิดของคนในสังคมที่หนักแน่นเพียงพอที่จะไม่ทำให้เกิดการประเมินคุณค่า ความดี .. และ .. ความเลว เพราะอย่างไม่น่าแปลกใจ เส้นแบ่งที่ใช้ของแต่ละคน เป็นเรื่องของคนแบ่ง .. จริงๆ ..