โรงเรียนที่ผมสังกัดเป็นโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนในฝันรุ่น 2 เห็นว่าขณะนี้กำลังดำเนินการเตรียมเพื่อรอรับการติดตามของ Roving Team เพื่อรับรองเป็นต้นแบบ ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมมีเจตนาที่ดีต่อการพัฒนาโรงเรียนและโครงการแต่สื่งที่ผมเขียนบรรยาย
ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งในวันนี้มันเป็นส่วนหนึ่งในมุมสะท้อนว่าทำไม
การประเมินโรงเรียนในฝันถึงต้องมีการตั้งแถวนักเรียนใหญ่โตมีการแสดง
มีการแสดงต้อนรับเหมือนกับการเดินทางออกตรวจเยี่ยมของขุนนาง
ในสมัยโบราณ สรุปก็คือเหมือนกับต้องเตรียมผักชีเพื่อให้มีกลิ่นหอม
คือผมเคยออกประเมินในฐานะเป็นผู้ประเมินภายนอกครับเลยมีความคิด
ตรงนี้ ถ้าขัดแย้งก็ขออภัย กรณีที่ผมเขียนมาในวันนี้ผมสังเกตดูที่โรงเรียน
ที่ผมสังกัดมีการเตรียมตัววางแผนเพื่อรอรับการประเมินแต่ที่ผมคิดสิ่งหนึ่ง
ก็คือว่า ถ้านำคู่มือการประเมินของคู่มือการนิเทศเพื่อพัฒนาโรงเรียน
สู่โรงเรียนต้นแบบโดย ดร.อัญชลี เกษสุริยงค์ ศึกษานิเทศก์ สพท.กทม.เขต 1 หรือเพื่อนร่วมทาง"สูการเป็นโรงเรียนต้นแบบ" มือการประเมินโรงเรียนในฝัน โดย นางชัดเจน ไทยแท้ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ โครงการโรงเรียนในฝัน คิดว่าที่โรงเรียนต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจอีกมาก เช่น การทำงานเป็นทีม การทำงานร่วมกับชุมชน การดูแลนักเรียน การใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นมาเป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน
การบริหารงาน การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ ICT ไม่มีความเป็น
รูปธรรมในทางปฏิบัติ บางอย่างที่สังเกตดูและน่าจะถือว่าร้ายแรงก็คือ
นักเรียนสูบบุหรี่ค่อนข้างมากในชั้น ม.2 ไ่ม่มีการประชุมผู้ปกครองเลย
ตลอด 2 ปีการศึกษารวมถึงกรรมการสถานศึกษาด้วย เป็นต้น ที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เขียนมาให้รับทราบ แต่ก็น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การศึกษาของประเทศหรือวัตถุประสงค์
ของโครงการเปลี่ยนไป เป็นการประเมินเฉพาะกิจมาเมื่อไร จะแสดง
เมื่อนั้น การแสดงเป็นอาชีพที่ดีมีความสุจริตมีรายได้มีความยั่งยืน แต่
ผู้อำนวยการจัดให้แสดงเพื่อรองรับการประเมินเปรียบได้กับสิ่งหรอกลวง
ถ้าเห็นความสำคัญของนักเรียน อยากให้ดูเบื้องหลังการถ่ายทำด้วย
ผมเชื่อมือของผู้ประเมินทุกท่านในโครงการโรงเรียนในฝันครับ