หลายคนที่ติดตามข้อเขียนของคุณครูแป๋มอย่างต่อเนื่องจะพบว่า
ข้อเขียนทุกข้อเขียนมิใช่บทความธรรมดาที่เพียงเขียนขึ้นมาเพื่อเพียงนำมาลง
หรือเพื่อเพียงนำมาเสนอเหมือนท่านอื่นทั่วๆไป
แต่ทุกข้อเขีนที่นำมาลงเผยแพร่กันนั้น
ได้บ่งถึงวิธิคิดในการนำเสนอให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ทั้งแนวกว้างและแนวลึกด้วยหลักการเด่นชัดทุกๆครั้ง
สิ่งที่คุณครูแป๋มพยายามสื่อมาตลอดเวลาทั้งทางตรงและทางอ้อมนั้น
คุณครูแป๋มมาสื่ออย่างเด่นชัดด้วยข้อความใบความท่อนแรกดังปรากฎข้อความดังนี้

" การจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา  เน้นการเรียนรู้ที่ผ่านกระบวนการคิด  กระบวนการปฏิบัติ  เพื่อสร้างความรู้ด้วยตนเอง  สามารถนำความรู้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ควรมีหลากหลายรูปแบบ  เชื่อมโยงชีวิตจริงกับสิ่งแวดล้อม  ครูต้องปรับบทบาทจากผู้ป้อนข้อมูล (instructor)  เป็นผู้ให้คำแนะนำ (coaching)  และเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (facilitator)  ครูจึงมีหน้าที่ในการชี้แนะในการแสวงหาหรือนำความรู้จากแหล่งต่างๆมาใช้ประโยชน์  ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการและแหล่งที่จะได้มาซึ่งข้อมูล  ในการชี้นำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองนั้น  ครูควรใช้การจัดกิจกรรมหรือใช้สื่อประกอบให้ผู้เรียนเกิดความอยากรู้  ฝึกให้คิดตั้งคำถามและแสวงหาคำตอบอย่างมีเหตุผล  โดยเฉพาะกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (inquiry  process)  ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนค้นหาความรู้ใหม่ด้วยตนเอง  โดยผ่านกระบวนการคิด  และใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือ"

นี่คือกลยุทธ์ ที่ครูแป๋มนำมาใช้ในการเรียนการสอนให้กับเด็กนักเรียน
คุณครูแป๋มตั้งใจนำเสนอให้เด็กทุกระดับชั้นที่รับผิดชอบอยู่อย่างเท่าเทียม
ไม่ว่าจะเป็นเด็กห้องต้นหรือเด็กห้องท้าย
ที่หลายคนเคยตั้งแง่สงสัยว่าไปให้ความสำคัญเด็กห้องท้ายทำไม

การใช้จิตวิทยาพื้นฐานการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์  คือ  การเปิดโอกาสได้สืบค้นเรียนรู้ด้วยตนเอง การกระตุ้นให้เด็กอยากเรียนรู้ ไม่เป็นการบีบบังคับ  การเรียนรู้จึงจะเกิดได้ดีที่สุด คุณครูแป๋มเชื่อเช่นนั้น ด้วยการเปิดโอกาสเข้าสู่กระบวนการทางความคิด การปฏิบัติด้วยตนเองตามแนวทางชี้แนะหลักกว้างๆ แล้วนำวิธีคิดไปพัฒนาด้วยตัวเด็กเองจากเด็กที่เคยถูกมองข้าม ทอดทิ้งมากลายเป็นเด็กคนใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากสังคมในที่สุด

ในแผนการพัฒนาทั้งปวงนี้คุณครูแป๋ม ได้ดำเนินการวัดและประเมินผลควบคู่กัน  การแสดงออกเด็กขณะทำกิจกรรมจะสะท้อนความรู้  ความคิด  เจตคติทางวิทยาศาสตร์และความสามารถที่แท้จริงของนักเรียนว่ามีความสำเร็จในระดับใด  มีจุดเด่นใดที่ควรจะส่งเสริม  และมีจุดอ่อนใดที่ควรจะได้รับ รวมทั้งครูผู้สอนจะได้ข้อมูลที่เป็นแนวทางปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ และปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

ทั้งหมดนี้คือผลงานการออกแบบ เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนตามความถนัด  และความสนใจของแต่ละบุคคล
ผลงานนี้เป็นฝีมือ ทักษะมุมมองและความคิดของผุ้หญิงเล็กๆคนนี้ที่ควรแก่การกล่าวนามยกย่อง
"ว่าเป็นครูดีเด่นแห่งปี" ของตัวแทนครูไทยทั่วประเทศ
หรือสมควรได้รับขนานนามว่า "สมหญิง" ของบรรดาสตรีไทยทั่วประเทศเช่นกัน