ต้นไม้ทั้งหลายถึงแม้นว่าจะยืนอยู่ต้นใครต้นมัน แต่กิ่งของเขาก็ต้องโน้มเข้าหากันฉันใด

มนุษย์ สัตว์ และสรรพสิ่งทั้งหลายก็ฉันนั้น

ย่อมต้องยืนอยู่ด้วยตัวของตัวเอง และจักต้องรู้จักโน้มตัวของตัวเองเข้าหากัน ดั่งเช่นต้นไม้ในธรรมชาติ

การโน้มสรรพสิ่งเข้าหาตัวนั้นมิใช่ของสัตว์ที่สมมติตนว่าประเสริฐเลย

การกระทำที่ประเสริฐ คือ การรู้จักปรับตน ดำรงตนอยู่ด้วยการไม่เบียดเบียนสรรพสิ่งหรือแม้กระทั้งกายและใจของตนเอง

อันทิฏฐิมานะ นั้นเป็นหลุมพรางแห่งผู้ที่สมมติและยกตัวว่าเป็น "บัณฑิต" ทั้งหลาย

หลงในความรู้ เมาอยู่ในทฤษฎี หลักการ

ธรรมะนี้เป็นเรื่องของการปฏิบัติ

ผู้ที่อ่านและท่องจำพระไตรปิฏได้ทั้งเล่มนั้น มิได้หมายความว่าจักรู้แจ้งธรรมะได้เลย

พระพุทธองค์มิได้สรรเสริฐใครว่าเป็นพระ เพราะเหตุด้วยนุ่งห่มผ้ากาสาวพัตร์

พระพุทธองค์มิได้ทรงยกย่องใครว่าเป็นพระเถระ เพราะด้วยเหตุว่ามี "หงอก" อยู่บนศรีษะ

คนที่บวชมาจนอายุร้อย พรรษา ๘๐ หากมิได้มีคุณธรรม ก็มิชื่อได้ว่าเป็นศิษย์ของตถาคตเลย

หากแต่สามเณร ผู้ที่ตั้งใจประพฤติ ปฏิบัติ น้อมนำคำสอนแม้เพียงหนึ่งมาพิจารณาให้ท่องแท้ บุคคลเช่นนี้แลจึงได้ชื่อว่าเป็นศิษย์แห่งตถาคต เพราะมีปัญญาอันรู้แจ้งและเห็นธรรม...