สวัสดีค่ะ น้องญ.ปุ้ย

พี่ไม่ได้เข้าบันทึกใยมดมาหลายวันเลยค่ะ

พี่เลยไม่รู้ว่าน้องญ.ปุ้ยเข้ามาเม้นให้ตั้งหลายบันทึกแล้วน่ะค่ะ

น้องญ.ปุ้ย กลับมาเขียนบันทึกแล้ว

พี่ดีใจมากเลย เพราะน้องญ.ปุ้ยคืออาจารย์คนที่สองของพี่เลยน่ะ

คนแรกคือ น้องพระเอก

น้องพระเอกสอนให้พี่ได้รู้ว่า ตัวอักษรไม่ใช่พิมพ์แต่ตัวเล็ก ๆ น่ะ พิมพ์ตัวโตหน่อยก็ได้ คนอ่านจะได้อ่านชัด ๆ

คนที่สองคือ น้องญ.ปุ้ย

สอนวิธีลงบันทึกด้วยเสียงเพลง ชอบมากเลยค่ะ

คนที่สามคือ พี่ประกาย สอนแต่งบล้อค

คนที่สี่คือ อาจารย์ขจิต สอนทำให้เมาส์เป็นลูกหมาด้วยน่ะ

คนที่ห้าคือ ครูอ้อย สอนให้พี่สามารถเอารูปตัวเองมาแต่งบล็อกได้

แล้วพี่ก็ตกแต่งจนบล้อคพี่เลอะเทะไปหมดแล้วน่ะค่ะ

ล่าสุดพี่ก็กลายเป็นใยมด และไปสมัครก้านกอคลับเพิ่มอีกคนนึง

ทำไมทำมาพี่ว่ามันเละหมดแล้วค่ะน้องญ.ปุ้ย

คิดถึง คุณครูตัวน้อยคนนี้เสมอน่ะค่ะ

ขอให้มีความสุข ทุกอย่างยังต้องเรียนรู้อีกมากมายค่ะ

แม้กระทั่งพี่เองก็เถอะ เหนื่อยเหมือนกันน่ะค่ะชีวิตคนเราเนี๊ยะ

ยุ่ง ๆ น่ะค่ะ แต่ก็มีความสุขกันไปค่ะ

เรื่องความทุกข์มันมีกันทุกคน ไม่มีใครที่ไม่เจอความทุกข์ ไม่มีใครที่ไม่เจอเรื่องให้ต้องร้องไห้น่ะค่ะ

แต่อยู่ที่ว่า เราจะร้องไห้กับมันนานสักแค่ไหน

ระหว่างที่พี่ได้มาบันทึกเรื่องราวใน gotoknow นี้

เรื่องเศร้าเรื่องแรกที่รับรู้ก็คือ คุณพ่อของน้องญ.ปุ้ย

วันนั้น พี่เศร้า จนไม่สามารถตอบเม้นในบันทึกตัวเองได้

เพราะคิดถึงตัวเอง คิดถึงครอบครัวตัวเอง

ครั้งที่สอง ก็คุณพ่อของน้องพอลล่า

พี่ก็รู้สึกเสียใจ วันนั้นก็เขียนอะไรขำ ขำ ไม่ออกเลยเหมือนกัน

ในขณะที่พ่อและแม่ของพี่ยังมีชีวิตอยู่ทุกวัน

พี่จะคิดว่า วันนี้พี่จะตายมั้ย วันนี้พ่อและแม่จะตายมั้ย

ทุกเช้าที่ตื่นมาคิดแบบนั้นเสมอ ความตายจะพลัดพรากไม่ให้พวกเราได้เจอกันอีก

ทุกวันในชีวิตของพี่ ไม่เคยมีวันไหนเลยที่พี่จะไม่รักพ่อและแม่

พี่บ้างบางครั้งที่เกิดน้ำโห เกิดแล้วพี่ก็หยุดมัน หยุดมันส่ะก่อนที่ทุกอย่างมันจะหยุดเรา

หยุดไม่ให้เราได้เจอกับท่านอีก

ตอนนี้ที่บ้านน้องปุ้ยอยู่กันกี่คนค่ะ ทราบว่าคงจะมีคุณแม่

และคนอื่นในครอบครัว

แม่เกิดเรามาเอง แม่ก็ยังไม่เข้าใจเราเท่าไหร่

พี่เราก็คลานตามมาเราก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ

ไอ้น้องก็คลานตามเรามามันก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเรา

อย่าปล่อยให้ความไม่เข้าใจ ทำให้เกิดความเหินห่างน่ะค่ะ

มีอะไรที่เราอยากจะพูดให้คนในครอบครัวได้รับรู้ความรู้สึกของเรา

เราอยากจะบอกอะไรเราก็บอกไปเถอะค่ะ

ต่อไปที่เหลือคนในครอบครัวเราจะเข้าใจเราหรือไม่ ก็ไม่เป็นไรแล้ว

เพราะเราได้บอกไปแล้ว เค้าได้รู้แล้ว ดีกว่าเค้าไม่ได้รับรู้ความในใจของเราเลยน่ะ

หากสิ่งที่เราบอกไป เค้าไม่เข้าใจ เราก็เข้าใจว่า เค้าไม่เข้าใจ แปลกดีที่เค้าไม่เข้าใจ เหมือนกับเราเลย เราก็ไม่เข้าใจเค้า

หากสิ่งที่เราบอกไป เค้าเข้าใจ เราก็เข้าใจว่า เค้าเข้าใจได้ยังไง ขนาดเราเองยังไม่เข้าใจตัวเรงเองเลย

ขำขำค่ะ พี่คิดว่า ความเข้าใจที่ทุกคนต่างเรียกร้องให้ใคร ๆ เข้าใจในตัวเรา มันไม่ได้สำคัญมากกว่าการที่เราจะเข้าใจตัวเราเอง และพยายามรับในสิ่งที่คนอื่นไม่เข้าใจเราว่าเราก็ไม่เข้าใจเค้าเหมือนกัน แค่นี้ก็พอแล้ว

แต่เราไม่เข้าใจกัน เราก็รักกันได้เสมอแล้วน่ะค่ะ

เพราะพรุ่งนี้พี่อาจจะตื่นมาแล้วตาย หรือคนที่พี่รักตื่นมาแล้วตาย

แบบว่าไม่ทันตั้งตัวสะงั้น เราจะได้ไม่ต้องนึกว่า ตอนที่เค้าอยู่เราผิดอะไรกับเค้าบ้างมั้ยน้อ

อยากให้วันที่เราพลัดพลากจากกัน วันนั้น เรารู้สึกได้เลยว่า เราได้รักกันอย่างเต็มที่ และมันก็เพียงพอแล้ว ที่ความรักของเราได้จบลงด้วยความตายที่นำเค้าไปสู่อีกภพนึง เราได้รักกันอย่างเต็มอิ่มแล้วจริง ๆ

พี่ก็คิดไปแบบนั้นแหละน่ะค่ะน้องญ.ปุ้ย พอถึงเวลานั้น จริง ๆ พี่ก็คงร้องกันใจจะขาดนั่นแหละ แต่ทุกอย่างมันก็ต้องดำเนินต่อไปจริง ๆ มันไม่เคยหยุดเลย ไม่มีอะไรหยุดนิ่งเลยน่ะ

พี่เม้นยาวมาก ๆ เนื่องจากไม่ได้เข้ามาทักทายกันส่ะนานเลยน่ะค่ะ

อ่านจบแล้ว ยิ้มให้พี่ด้วยน่ะ

นั่นแน่ ว่าแล้วยิ้มจริง ๆ ด้วย อิอิ ว่าแล้วยังยิ้มอีกน่ะ

ขอให้พี่ความสุขน่ะค่ะน้องปุ้ย