ปลอดหนี้ = ปลอดทุกข์
ปลอดอบายมุข = ต้องปลอดกิเลศ
แต่ไม่มีใครทำได้ เพียงแต่รู้เท่าทัน
มันก็จะค่อยๆลดไปเองนะโยม!!
อาจารย์อย่าไปยุ่งกับหนี้คนอื่นนะ
เพราะเขาได้คิดอย่างอาจารย์
เขาเปลี่ยนชื่อใหม่แล้ว เขาเรียกว่าเครดิท
ใครมีเครดิทมาก ถือว่าเก่ง มีฝีมือ
นั่นก็หมายความว่าหนี้มี 2 สถานะ
หนึ้จนรวย เรียกว่าเครดิท
หนึ้คนจน เรียกว่า กองทุกข์หมู่บ้าน
ปราชญ์อีสาน อธิบายเรื่องนี้ไว้ ดังนี้
มีเกินใช้ ได้เกินกิน เราก็รวย
กินเกินได้ ใช้เกินมี เราก็จน
คนสมัยนี้เขาไม่กล้วจน ยังอยากจนกันจนตัวสั่น
ในหลักการพัฒนา
" เงินกับความรู้ต้องควบคู่กันไปพัฒนา"
ขืนหว่านแต่เงินออกไปอย่างเดียว
เขาเรียกว่านโยบายประชาเข้าตาจน
ที่จริงมันก็ไม่น่ากลัวหรอกนะความยากจน
เสียอย่างเดียว พวกลูกทุ่งร้องเพลงเยาะ..
" กอดกับคนจนหน้ามลน้องบ่นว่าเหม็น"
ถ้าหวานใจไม่ร้องเพลงนี้ ผมพอใจที่จะจนแบบเหม็นบ้างหอมบ้าง ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะไม่ว่าสวยแต่ไหนตดออกมาก็เหม็นกันทั้งนั้น มันจึงเป็นที่มาของคำว่า " มนุษย์ขี้เหม็นเคี่ยวเข็ญเทวดา" ยังไงละ โยมแวง.!!