เป็นอย่างที่คุณชินว่า คือ ปัจจุบัน เกษตรกรมักจ้างแรงงาน เป็น "เกษตรกรชี้นิ้ว" ทำให้มีรายจ่ายที่เป็นตัวเงินสูง

บางกรณี ถ้าจ้างแรงงาน แล้วตัวเองไปทำอย่างอื่นที่ได้ประโยชน์มากกว่าก็ดีไป แต่บางกรณีก็ไม่ใช่เช่นนั้น

ปัญหาของการใช้แรงงานจ้างอีกอย่างหนึ่งคือ เกิดปัญหาเรื่องคุณภาพของผลผลิตและผลิตภาพ เช่น ลูกจ้างผสมน้ำในน้ำยาง หรือใช้สารเร่งฮอร์โมนมากเกินจำเป็น เพราะคิดว่าจะทำให้ได้ผลผลิตมาก น้ำหนักมาก ตัวเองจะได้ส่วนแบ่งมาก เป็นต้น

ส่วนเงินค่าปุ๋ย ค่ายา บางครั้งก็เป็นปัญหากับผู้ให้กู้ เช่น ในบางพื้นที่ เกษตรกรบอกว่า ถ้ากู้เงินจาก ธกส. เขาจะถูกบังคับให้ซื้อปุ๋ยกับยาด้วย ทั้งๆบางที่ก็ไม่ต้องการ กรณีเช่นนี้ก็อาจเกิดกับการกู้เงินจากพ่อค้าเช่นกัน (ธกส.ทำตัวเป็นแบบพ่อค้า)

ความพอเพียง เป็นวิธีคิดที่ตระหนักรู้และรอบคอบตั้งแต่ต้น คิดถูก ก็จะมีส่วนช่วยให้ทำถูกค่ะ

ที่พิษณุโลก เกษตรกรทำนา บอกว่า เขาจนกว่าคนที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป เพราะคนที่รับจ้าง ถ้าขยันก็จะมีรายได้ ไม่ต้องลงทุนแต่ลงแรงก็ไม่ต้องเป็นหนี้ (เพราะทุนเป็นของคนอื่น แรงเป็นของเราเอง..ปัทมาวดีว่าเอง) เกษตรกรทำนายากจนเพราะลงทุน แต่ไม่ได้ผลบ้าง ถูกโกงบ้าง เกษตรกรเล่าว่า หมู่บ้านของเธอถูกโกงทั้งหมู่บ้าน คือ ตอนแรกก็เข้ามารับซื้อข้าวดีๆ (อ้างว่าเป็นทหารเข้ามาช่วย) ตอนหลังๆ เอาข้าวชาวบ้านไปแล้วหายไปเลย ยังตามตัวไม่ได้และไม่รู้จะตามยังไง..

จนแล้วยังถูกเอาเปรียบอีก ...ทำนาบนหลังคนจริงๆ และคนที่ทำนาบนหลังคนก็มาจากสารพัดทิศ บางครั้งก็รวมหน่วยงานภาครัฐด้วย