วิถีชีวิตของคนไทยปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น จากสังคมที่มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความเมตตาต่อกัน หลังจากได้รับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาเยอะ สังคมของการเกษตร ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นสังคมโลกของอุตสาหกรรม ทำให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น การทำงานก็มีแบบกะ แบบช่วงเวลา การช่วยเหลือกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยมีน้อยลง เพราะเวลาทุกนาทีมีค่า แข่งกันทำงาน เพื่อต้องการ OT ต้องการเงินเพื่อตอบสนองความสุขทางด้านวัตถุนิยม แต่ในมุมด้านความดี การช่วยเหลือ การเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข ก็ยังมีอยู่เพื่อรักษาความสมดุลย์ของธรรมชาติ เพื่อทุกอย่างมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน เช่น ช่วงปลายเดือน ธค. 2548 เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในเขตอำเภอระโนด เกือบทุกบ้านมีลักษณะน้ำท่วมขัง บางบ้านที่นอนยังไม่มี บางบ้านสูงเกือบถึงหลังคาบ้าน ข้าวในทุ่งนาที่มีสีเขียวเริ่มเหลืองอร่ามจวนที่จะสุก ก็เสียหายหมด ทุกคนมีความทุกข์ยากที่จะพรรณา แต่เมื่อเมื่อได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการ มูลนิธิ ต่างๆ ทุกบ้าน ทุกครอบครัว ได้รับการช่วยเหลือเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนยากจน หรือ คนรวย ของแจกได้รับเหมือนกัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หลังน้ำลด ธกส.ก็มีการพักหนี้ให้ประชาชนที่ทำนา 3 ปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้มีการกู้เงินเพิ่มเพื่อนำไปลงทุนในการทำนาต่อไป
และยังมีการช่วยเหลือเอื้ออาทรแบบจารีตประเพณีดั้งเดิม คือ เมื่อมีงานศพเกิดขึ้นในครอบครัวใด ก็จะมีการช่วยเหลือกันแม้ว่าเจ้าภาพจะไม่แจกบัตรเชิญ ทุกคนก็พร้อมใจจะไปช่วยเหลือ ร่วมทำบุญ ไปให้กำลังใจแก่ญาติพี่น้องที่เสียบุคคลอันเป็นที่รัก อย่างน้อย การไปให้เจ้าภาพเห็นไปร่วมงานจะช่วยให้เจ้าภาพมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับชีวิตต่อไป เพราะยังมีคนรอบข้างยังให้ความหวังและกำลังใจที่ดีต่อกัน