ก่อนอื่นอาตมาต้องขอเจริญพรผู้อ่านทั้งหลายก่อนนะ อาตมาก็ขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่า อาตมาทราบดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่กิจของสงฆ์ที่จะมาข้องแวะกับเรื่องของเหตุการณ์บ้านเมือง แต่อาตมามีความจำเป็นที่ต้องมาแจ้งให้ทราบ

ขอเล่าเรื่องส่วนตัวสักนิด ขณะนี้อาตมาก็อายุได้ 53 ปี อาตมามาบวชพระมาได้ 3-4 ปีจำวัดแถวๆชานเมืองกรุงเทพ อาตมาก็ขอเล่าประวัติในช่วงที่ยังครองเรือนให้ทราบ

ก่อนอาตมาจะเข้าสู่สมณเพศ อาตมาทำงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง อาตมาก็ปฏิบัติเป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน เมื่อประมาณเกือบ 5-6 ปีที่แล้วเห็นจะได้ อาตมาก็ไปหาหมอเพราะมีอาการปวดหลัง แล้วก็พบว่าเป็นโรคไต อาตมายอมรับว่าตอนนั้นเครียดมาก เพราะกลัวตายมาก ตอนนั้นลูกสาวยังเรียนไม่จบ แต่ยังดีที่ภรรยารับราชการเป็นพยาบาล คนที่ทำงานต่างกดดันอาตมาสารพัด เขาอยากให้อาตมาลาออกก่อนที่จะหมดสมรรถภาพ โชคดีที่ไตพังแค่ข้างเดียว อาตมาจึงตัดสินใจให้หมอเขาตัดไตออกข้างหนึ่ง แล้วอาตมาก็ลาออกจากงาน เพราะอาตมาคิดว่าคงทำงานไม่ไหวแน่นอน และทำเพื่อความสบายใจของเพื่อนร่วมงาน จากนั้นอาตมาก็มาอาศัยร่มกาวสาวพักตร์ยามบั้นปลายชีวิต อาตมาหวังที่จะเป็นพระที่ดี คอยสอนสาธุชนทั้งหลาย และอาตมาก็หันมาศึกษาทางธรรมในเวลาชีวิตที่เหลือน้อยลง สุขภาพอาตมาในตอนนี้ก็ทรงตัว หลายเดือนก่อนอาตมาไปหาหมอก็พบว่าไตข้างเดียวที่เหลือเริ่มทำงานบกพร่องบ้างแล้ว อาตมาก็คงจะหมดเวลาลงในอีกไม่นานนี้แล้ว

สำหรับอาตมาก็ไม่ได้มาเรียกร้องอะไรมากมาย แค่อยากให้คุณโยมทั้งหลายช่วยไตร่ตรองใช้วิจารณญาณคิดให้รอบคอบ คิดให้มากๆ เพราะการนี้หากสำเร็จจะมีผู้เดือดร้อนมากโข นับหลักหมื่นหลักแสน คนจะตกงานมาก แล้วครอบครัวเขาจะเอาอะไรกินกัน คุณโยมทั้งหลายน่าจะหาทางออกที่ดีกว่านี้นะ ทำเช่นนี้เหมือนแก้ที่ปลายเหตุ ถึงจะปลดพวกเขาออกก็ควรจะให้สิทธิในการรักษาโรคบ้าง เพราะเขาเหล่านั้นในอดีตก็เคยทำงานรับใช้บ้านเมืองมาอย่างดี

อาตมาขอบิณฑบาตร่างกฎระเบียบข้อนี้จะได้ไหม เพราะอาตมาคิดว่ากฎนี้ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย ยังไงก็ขอให้คุณโยมไตร่ตรองให้ดี ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป

เจริญพร