คนเรามีทุกข์เพราะอยากเป็นโน่นเป็นนี่ อยากได้โน่น อยากได้นี่ อยากมีคนนั้น อยากได้คนนี้ นี่อย่างหนึ่ง

คนเรามีทุกข์อีกเพราะไม่อยากเป็นโน่น ไม่อยากเป็นนี่ ไม่อยากได้โน่น ไม่อยากได้นี่ ไม่อยากเจอคนนั้น ไม่อยากเจอหน้าคนนี้ นี้อีกอย่างหนึ่ง

และคนเรามีทุกข์ซ้ำอีกเพราะเมื่อมีสิ่งใดอยู่แล้ว ก็อยากผลักสิ่งนี้ออกไป อยากนำสิ่งโน้นออกไป ไม่อยากให้อยู่ใกล้ตัว อยู่ชิดใจ มีทุกข์ไซร้จากความอยากสามประการ

เมื่อคนเราติดข้องอยู่ด้วยความอยาก อยากมี ไม่อยากมี อยากผลักสิ่งโน้น อยากดันสิ่งนี้ ชีวิตของเรานี่ก็จะไม่รู้จัก "ความสงบ"

เมื่อไม่มีก็ต้องวิ่งหาให้มี เมื่อไม่อยากมีก็วิ่งหนีให้ไกลเสีย หรือเมื่อมีแล้วไม่พอใจ ก็ต้องหาที่หาทางเพื่อทิ้งไป ชีวิตเราไซร้จึงวุ่นไม่รู้จบ

อันตัณหา อุปาทาน และความทะยานอยากนี้แล ทำให้คนในสังคมนี้ "วุ่น" ไปกันมาก

ต่างคนต่างก็วิ่งเพื่อหาทุกข์ ต่างคนต่างก็จะวิ่งเพื่อหนีทุกข์ ต่างคนต่างก็รู้ว่าทุกข์อยู่แล้ว ก็ยังวิ่งเข้าหา ประเทียบดังว่า ทุกข์นั้นไม่ทุกข์จริง

ความรักนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อมีความรักก็ต้องมีความหวัง และความหวังนั้นไม่เคยทำให้ใครสุขได้ถึงครึ่งหนึ่งของสิ่งที่หวัง เมื่อหวังแล้วก็ต้องพร้อมยอมรับถึงความผิดหวัง เมื่อคิดจะรักแล้วก็ต้องยอมรับความทุกข์

คนที่มีความรักก็ทุกข์อย่างคนที่มีความรัก

คนที่ไม่มีความรักก็ทุกข์อย่างคนที่ไม่มีความรัก

มีอย่างไรก็ทุกข์อย่างนั้น

ไม่มีอย่างไรก็ต้องทุกข์อย่างนั้น

ท่านทั้งหลายโปรดหลุดจากทุกข์ทั้งคู่นี้เถิด

ดำรงใจ ประพฤติตนให้อยู่เหนืออารมณ์ "อยาก" อันว่าด้วยตัณหาทั้งสามนี้เสีย แล้วท่านจะประสบพบความสุขขึ้นอีกมาก

ชีวิตนี้ ดวงจิตนี้ ร่างกายนี้ จะสงบได้อีกมาก เพราะไม่ต้องวิ่งวุ่นตามความอยาก อันจะพาเราเกิดในภพในชาติอย่างไม่รู้จบ...