เห็นน้องมุกนอนไม่รู้สึกตัว  ศีรษะวางบนตักน้องเรียง พี่มาทและน้องลิ่มนวดที่ขาทั้งสองข้าง  พี่อ้อมคอยประสานกับไกด์เพื่อหาเรือสปีดโบ๊ต น้องภัสครอบถุงพลาสติกที่ปากและจมูกให้น้องมุกหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนออกช้าๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเลย  น้องภัสพ่นยา Ventolin  ให้ 3 ครั้ง พี่หมีก็ไปช่วยภัส คนอื่นๆต่างก็ลุ้นกันอยู่ข้างๆ คอยเสริฟผ้าชุบน้ำให้เช็ดตามใบหน้าและตัว ทุกคนส่งสายตามาที่พี่หมีว่าเอาอย่างไรดี 

        เมื่อต้องเป็นผู้บัญชาการช่วยชีวิตคนบนเรือที่ไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์เลย  แถมเรือยังลอยอยู่กลางน่านน้ำอันดามัน  คำสั่งแรกที่พูดออกไป ขึ้นฝั่งเลย  จับชีพจรเบาลง  ตัวเย็น มือจีบอีกแล้ว   

มุ๊ก....หายใจตามเสียงที่พี่บอกนะ...ไม่ต้องกลัวอะไร  ทุกคนอยู่กับมุก  เอ้าเริ่ม หายใจเข้า........หายใจออก......ลุ้นนานสัก 3 นาที เหมือนจะดีขึ้น เรียกพยักหน้าได้   สักครู่เดียว จับชีพจรเบาลง  ตัวเย็น มือจีบอีกแล้ว  ท่าทางไม่ดีแน่   เงยหน้ามองไปหาฝั่งไม่เห็น  มองเห็นเกาะไข่อยู่ไกลๆ  ไม่อยากจะคิดไปมากกว่านี้  ต้องพาน้องกลับให้ได้ ไม่มองออกนอกเรืออีกเลย  มองไปที่น้องมุกเท่านั้น  ทุกคนรอคำสั่งจากเรา ยาก็ช่วยไม่ได้แล้ว  เราต้องช่วยกันสร้างปาฏิหาริย์ให้ได้  ขอเพียงมีใจที่เข้มแข็ง ขอเพียงเรามีลมหายใจชีวิตเราก็จะกลับมา

        ไม่มีคำพูดใดๆออกมานอกจากเสียงเพลง

ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน

ภูผาใหญ่กว้างดั่งสายน้ำฉ่ำเย็น ดังนภากาศ อันบางเบา
 
ลมหายใจเข้าลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน
 
ภูผาใหญ่กว้าง ดั่งสายน้ำฉ่ำเย็นดังนภากาศ อันบางเบา

        เมื่อพี่หมีเริ่มต้นทุกคนก็เริ่มร้องประสานเสียงดังกระหึ่มมาก   ได้ผล...น้องมุกเริ่มรู้สึกตัว หายใจดีขึ้น  ทุกคนก็ยิ่งร่วมกันร้องเพลงนับรอบไม่ถ้วน  จำได้ว่าทุกคนร้องเพลงนี้ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ หวังให้มุกได้ยินและกลับมาหายใจตามปกติ  บางคนร้องเพลงไปร้องให้ไปด้วยความดีใจที่เห็นมุกยิ้ม และลุกนั่งพ่นยาเอง

        เหมือนปาฏิหาริย์ อีกครั้งที่พี่อ้อมและไกด์ติดต่อเรือสปีดโบ๊ตที่จะกลับเข้าฝั่งได้พอดี  ช่วงที่รอเรือเราก็ร้องเพลงดอกไม้บานซ้ำไปซ้ำมา

        เมื่อเรือมาถึงต้องตัดสินใจอีกแล้วว่าจะเลือกใครตามไปกับน้องมุก คนแรกคือไกด์ที่แข็งแรงที่สุดเพราะต้องยกน้องมุกข้ามไปยังเรือสปีดโบ๊ตได้  อย่างน้อยควรจะมีหัวหน้าไปด้วย 1คน และยู่ที่เรืออีก 1 คน ตัดสินเลือกพี่อ้อมไป  เพราะพี่อ้อมเป็นหัวหน้าโดยตรงของน้องมุก  และเป็นคนสตูลสามารถติดต่อประสานงานได้ดีเมื่อขึ้นถึงฝั่ง  คนที่สองเลือกคุณประภัสสรผู้ที่เชี่ยวชาญที่สุดในเรือลำนี้ในการดูแลผู้ป่วยAsthma  คนที่สามน้องทัศนีย์  พยาบาลด่านหน้าสามารถดูแลได้ทุกโรค มีสุขภาพแข็งแรงสามารถเป็นลูกมือน้องภัสได้  คนที่ 4 คุณสุธรร  ผู้ชายคนเดียวของOPD ให้ไปช่วยดูแลความเรียบร้อย  ทุกคนก็กระโดดข้ามไปที่เรือสปีดโบ๊ต

        อ้าวเกิดวิกฤติอีกแล้ว ขณะที่ส่งผู้ป่วยข้ามเรือ ด้วยความป็นห่วงทุกคนก็ตามมาดูกันโดยลืมไปว่า ตอนนั้นคลื่นแรงมาก  เพราะแรงกระทบจากเรือสปีดโบ๊ต  และอยู่กลางทะลึก ตอนนั้นนึกถึงเรือไททานิกทันทันที  จึงเรียกให้ทุกคนกลับไปนั่งประจำที่เพื่อไม่ให้เรือเอียง

ทุกอย่างก็จบลงด้วยดี.....เหมือนเป็นปาฏิหาริย์

        รู้สึกว่าตัวเองเหมือนกับตันเรือไททานิกยังไงชอบกล  แต่ดีกว่าเยอะเพราะเราสามารถพาลูกทัวร์กลับอย่างปลอดภัย

        หลังส่งน้องมุกแล้ว ตัดสินใจอีกครั้งว่าจะกลับเลยหรือแวะเกาะไข่ตอนนั้นเรือพ้นเกาะไข่มาแล้ว  ดูท่าทางพวกเราใจคอไม่ค่อยดี ก็เลยตัดสินใจไม่แวะเกาะไข่  เพื่อความปลอดภัยของพวกเราเพราะเราขาดไกด์ที่แข็งแรงที่สุดที่ไปส่งน้องมุก  เหลือพี่หมีคนเดียวเกรงว่าจะดูแลไม่ทั่วถึง

        ระหว่างนั้นประสานกับน้องภัสทราบว่าน้องมุกดีขึ้นได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากทุกคนในเรือสปีดโบ๊ต และไปถึงโรงพยาบาลละงูอย่างปลอดภัย  และได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลละงูเป็นอย่างดี