วันแห่งความรักเท่าที่ได้ยินได้ฟังมา

เป็นวันแห่งความรักของนักบุญที่มีต่อเพื่อนมนุษย์

เหมือนความรักของพระอรหันต์ที่มีต่อสรรพสัตว์ในโลก

เหมือนความรักของแม่ที่มีต่อบุตร..แต่บัดนี้คนไปให้ค่าแค่เพียง

ความรัก ความปรารถนาตามอารมณ์ของกามกิเลส

ด้วยการชี้นำของทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ จนเป็นโลกาิพิบัติ

คนยุคใหม่หากใครไม่ทำตามกระแสก็จะกลายเป็นคนเชย

ตกยุค คร่ำครึ ไปโน่น น่าสงสารลูกหลานไทยที่ต้องตกเป็นเหยื่อ

แม้จะอ้างว่า สมยอมพร้อมใจ จนเป็นค่านิยมที่ผิดเพี้ยน

ความรักที่มีกิเลส(ความไม่รู้จักอิ่ม,จักพอ) ที่แม้จะสุกงอม

หอมหวลสุดท้ายก็ร่วงหล่นเน่าเฟะ นำมาซึ่งปัญหาหย่าร้าง

ท้องไม่พึงประสงค์ โรคร้ายคุกคาม เป็นทุกข์สารพัด

เราต้องมาสร้างค่านิยมความรักกันใหม่

ด้วยการเห็นคุณค่าของชีวิตพรหมจรรย์

ไม่มักมากในเรื่องของกามารมณ์ รู้จักยับยั้งชั่งใจ

ยังไม่ถึงกาลถึงเวลาก็ต้องอดทนรอไปก่อน เหมือนการอด

เปรี๊ยวไว้กินหวาน สื่อต่างๆต้องไม่กระตุ้นส่งเสริม เร่งเร้า

โฆษณาชักชวนกันเกินขอบเขตเหมือนที่เป็นอยู่

น่าเห็นใจพ่อแม่ ที่มีบุตรหลาน ที่อยู่ในวัยรุ่น

เมื่อวันที่ 14 มาถึง ลูกๆเดินออกจากบ้านจะรู้สึกอย่างไร

จะเป็นสุขหรือทุกข์ประการใด  ทางที่ดี็ก็คือหาวิธีที่จะ

ฉลองวันแห่งความรักด้วยการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์

มีกิจกรรมอบรมกล่อมเกลาจิตใจปลูกฝังค่านิยมรักนวล

สงวนตัวเหมือนคนรุ่นก่อน แม้จะยากแต่ก็ไม่ยาก จนจะทำไม่ได้

หากผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเอาจริงเอาจัง แม้จะใช้เวลาทุนรอนมาก

ก็ต้องยอม เพราะจะมีคุณค่าต่อสังคมไทยเรามากที่สุด

อนุโมทนาสาธุ..โยมคงสบายดีอยู่นะ..ธรรมรักษา