เรียนอจ.JJ

ยังขาด ข่วงพญา ล้อมไฟโสกัน อยู่ครับ

เวลาคุยกันการแลกเปลี่ยนความรู้กันนี่ บางทีก็ขำนะครับ

เหมือนมาแลกเปลี่ยนการอวดรู้กัน อิๆๆ ยิ่งเวลามีคนที่ว่ารู้แล้ว รู้แล้ว ทำแล้วมาเนี่ย

ที่รู้ก็คืออ่านมา แล้วก็บอกว่ารู้เพราะอ่านมา แต่ไม่ทำให้ถึง

รู้แต่ไม่ถึง อันนี้หลวงปู่ชาว่า

เมื่อถึง ก็จะไม่พูดว่ารู้แล้ว

อ๊อตโต ชามม์เมอร์ เขียนไว้ว่า การจัดการความรุ้ มี

ต้นน้ำ upsteam กลางน้ำ midsteam ปลายน้ำ downsteam

การจัดการความรู้ แบบ ปลายน้ำคือ เน้น IT ให้มีการแลกเปลี่ยนเอกสาร จัดระบบคอมหรืออื่นๆ

การจัดการความรู้ แบบ กลางน้ำคือ เน้น ที่ COP เพื่อให้แลกเปลี่ยน Tacit

แต่ที่เป็นต้นน้ำคือ BA พื้นที่ครับ พื้นที่ที่เราจะได้บอกกล่าวแลกเปลี่ยนความรุ้กันอย่างไม่ถูกตัดสิน ไม่คลางแคลงใจ พื้นที่ปลอดภัย พ้นจากอัตตาของผู้ที่เข้าร่วม

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดพื้นที่ แบบ BA คือ humility ความอ่อนน้อมถ่อมตน

ตามคำแปล humility แปลการที่เราไม่รู้สึกว่าตัวเองดีกว่า หรือสำคัญกว่าคนอื่น

น่าสนใจว่า humility เกิดขึ้นในวงสนทนาที่อาจารย์ว่ามากน้อยเพียงใดนะครับ อะๆๆ ไม่ได้อยู่ด้วยไม่กล้าไประบุ แต่ผมไปคุยกับชาวบ้าน องค์ไม่เยอะ รู้สึกได้เรียนรู้อะไรใหม่มากกว่า ที่หาในตำราไม่ได้ แต่เวลาคุยกับพวกเรียนสูง ได้ยินแต่ิสิ่งที่พวกเขาไปอ่านมา แล้วเอามาบอกอีกทีโดยไม่ผ่านการปฏิบัติ มีแต่คิดว่า คิดว่า คิดว่า คิดว่า

อะๆๆๆ คิดต่อไปเถอะ

อ้อ ที่ผมเขียนข้างก็ไปเอาของเขามาเล่าให้ฟัง แต่บังเอิญว่าชาวบ้านบอกว่า ไอ้ที่หมอบอกว่า dialogue หรือ cop นี่มันเหมือนกันล้อมวงคุยกันเผาข้าวหลาม กับล้อมวงกินเหล้าหลังสร้างบ้านเสร็จเลย แต่หมู่เฮา พูดกันตามธรรมชาติ ไม่มีป้ายบอกว่าใครเรียนอะไร มีแต่ใครทำอะไรมา

คุยมาแลกเปลี่ยนครับ :) และให้กำลังใจครับ มีคนเห็นด้วยกับอาจารย์ และมีคนไม่เห็นด้วย สำคัญเราว่าเราจะเลือก รักเฉพาะคนเห็นด้วย แล้ว ไม่รักคนไม่เห็นด้วยหรือเปล่า หรือเรารักทั้งคู่นั่นแหละ เพราะ ต้นน้ำของชีวิตเรา คือการดูแลผู้คนอย่างไม่มีเงื่อนไข หรือเปล่า คนถึงควรเมตตาคนไม่ถึง เพราะ คือเราเมื่อยังไม่ถึง นั่นเอง