• สวัสดีครับ ดีใจครับที่มีเพื่อนแวะมาเยี่ยมบ้านอีกครั้ง
  • ผมเองก็เพิ่งจะเริ่มหัดดูนกและผีเสื้อเช่นกันครับ กล้องดูนกไม่ทราบว่าสนใจกล้องสองตาหรือว่าสโคปครับ  ที่ผมใช้อยู่เป็นกล้องสองตามีสองตัวครับ  ตัวแรกเป็นยี่ห้อสวารอฟสกีรุ่น SLC. New 8*30 ส่วนตัวที่สองเป็นของ Olympus DPS I 8*40 ครับ ตัวแรกจะใช้เองไม่ค่อยให้่ใครยืมบ่อยนัก  ตัวที่สองนี่ซื้อเพราะว่าครอบครัวของเพื่อนลูกไปดูนกเลยต้องหาสำรองไว้ครับ 
  • กล้องสองตามี ๒ ประเภทตามลักษณะของปริซึมครับ
  1. Porro Prism เลนส์ชิ้นหน้าจะใหญ่กว่าเลนส์ใกล้ตา ระหว่างเลนส์ทั้งสองชุดมีปริซึมเป็นตัวหักเหแสง ทำให้ภาพกว้าง สว่าง และลำตัวกล้องสั้น  รูปร่างอาจจะเทอะทะไปบ้างแต่ราคาไม่แพงมากครับ  หมายเหตุ กล้อง Olympus DPS I ตัวนี้ไม่มีการ fill Nitrogen เพื่อกันชื้นนะครับ
  2. Roof Prism แบบนี้จะมีขนาดที่เล็กกะทัดรัดกว่าแบบแรก เนื่องจากใช้ปริซึมคู่หนึ่งต้งชิดกันย่นระยะหักเหแสง แต่ต้องใช้ความละเอียดปราณีตกว่าแบบแรกในการประกอบทำให้กล้ิองมีราคาสูงกว่า

ขอบคุณรูปกล้องสองตาจากเวปไซต์ทัวร์ทโมน และข้อมูลกล้องสองตาดัดแปลงจากหนังสือ "สนุกกับนก" โดยคุณรุ่งโรจน์ จุกมงคล พิมพ์โดยสนพ.สารคดี

  ความแตกต่างของกล้องยังอยู่ที่

  • ชนิดของเลนส์ และการเคลือบหน้าเลนส์ (Coating) มีผลต่อการดูนกในตอนเช้าตรู่และใกล้พลบค่ำที่มีแสงน้อย และความคลาดสีของวัตถุ
  • ชนิดของปริซึมที่ที่ใช้มีทั้งแบบ BaK-4 และ BaK-7
  • ระยะโฟกัสใกล้ บางครั้งเราเจอผีเสื้อใกล้ๆประมาณหนึ่งเมตรหากกล้องของเรามีระยะโฟกัสใกล้มากกว่าก็จะต้องถอยออกมากล้องทั้งสองตัวของผม Nearest focus ประมาณ 4 ม.ครับ
  • การ fill  Nitrogen ในตัวกล้องช่วยเรื่องกันการเป็น fog หน้าเลนส์เวลาอากาศชื้น การมียางโอริงกันน้ำ ความชื้น

   ไบนอคนั้นพกสะดวก ไล่สายตาตามนกที่เคลื่อนไหวได้ โครงสร้างแข็งแรง ส่วนสโคปนั้นราคาค่อนข้างแพงใช้เพื่อแยกรายละเอียดของนกที่สังเกตยากๆเช่นเหยี่ยวหรืออินทรี  หรือดูนกทุ่งนกน้ำนกชายเลนที่อยู่ห่างออกไปมากๆ  และยังต่อเข้ากับกล้องถ่ายภาพด้วยadapter ได้อีกกลายเป็น Digiscope

   ผมเองอยากได้สโคปไว้ให้เด็กๆได้ดูนก เพราะเด็กค่อนข้างจะลำบากในการจับไบนอคในการดูนกและการหาตำแหน่งของนก         ทีแรกอยากจะได้ของ Kenko แต่หาของยากตอนนี้เลยอยากได้ของ Nikon รุ่น Fieldscope 60 mm ED แทนครับ

   น้าเกรียง คุณเกรียงไกร สุวรรณภักดิ์(www.oknation.net/blog/nakriang) แนะนำไว้น่าสนใจดังนี้ครับ

  1. ความจริงจังที่จะใช้งาน นานดูที หรือว่าจะใช้นานๆหลายปี
  2. งบประมาณที่ตั้งไว้
  3. กำลังขยายของกล้อง เช่น 8*30 เลข ๘ คือกำลังขยายของกล้อง ส่วน ๓๐ คือ Diameter ของเลนส์ชิ้นหน้าเป็นมิิลลิเมตร น้าเกรียงบอกว่ามือใหม่ไม่ควรจะใช้เกิน ๘ เท่าเพราะอาจจะเมากล้องได้ และหากหน้าเลนส์มากกว่า ๓๒ มม.แล้วจะทำให้เมื่อล้าจากน้ำหนักกล้องได้

ลองเลือกดูนะครับ ตัวของ Olympus EXWP I 8*42 ก็ใสดีนะครับเคยเห็นที่ Bigcamera ที่ระยองอยู่ที่ 4900 บาท ส่วน DPS I ก็ 2000 บาทครับ

     กล้องถ่ายนกนั้นถ้่าเป็นพวก DSLR นั้นเลนส์แพงมากครับ ทางยาวโฟกัสต่ำสุดที่เค้าใช้กันก็ ตั้งแต่ ๓๐๐ มม.แต่ก็ต้องอยู่ใกล้นกมากๆประมาณ ๔ ถึงไม่เกิน ๗ เมตรมั้งครับเห็นน้าเกรียงบอก แถมยังต้องนั่งรออยู่ในบังไพร ผมเองก็เคยยืมเลนส์ของอ.ชินใช้แค่ครั้งเดียวเอง  ไม่กล้าหามาใช้เหมือนกันเพราะกลัวเป็ดน้อยจะกินแกลบเอา  ไหนจะต้องหาขาตั้งกล้องอีกเลนส์พวกนี้หนักครับ  เคยมีคนใช้กล้องพวก compact ของ Olympus ที่มีกำลังขยายประมาณ ๒๐ เท่า เขาก็ว่าใช้ได้ดี แต่ผมไม่เคยลอง ราคากล้องคอมแพคพวกนี้ก็เอาเรื่องอยู่ประมาณเกือบๆสองหมื่น

  • คู่มือดูผีเสื้อโทรสั่งน้าเกรียงก็ได้นี่ครับ ประมาณ ๕๕๐ รวมค่าส่งแล้ว  ช่วยน้าแกระบายสต็อคก็ดีครับhttp://www.oknation.net/blog/nakriang/2007/11/12/entry-1
  • สวัสดีครับ หวังว่าคงจะมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมกันนะครับ