สาธุ !

มีปัญหา จะรบกวนขอคำแนะนำท่านอีกนิด จากการปฎิบัติในชีวิตประจำวันจริงๆ ??

ว่า

สรุปการตามรู้กายตามรู้ใจเนืองๆ การเจริญสติปัฎฐานที่มีรูปนามเป็นอารมณ์จนจิตจดจำสภาวะ แล้วสติเกิดเอง นี่ยากเหมือนกัน! เฮ้อ

บางที เมื่อกิเลสแรง มีกำลังมากๆ และเราก็ ณ เวลานั้นๆ ไม่มีกำลังพอที่จะเจริญสติเจริญปัญญา (วิปัสนา) ให้เห็นตนเองได้ ตามจริง เพราะการสำรวมอินทรีย์ในการอยู่สังคมที่กิเลสพาเราหมุนเร็วจี๊ๆๆๆ นี่ยากเหมือนกัน

จะให้ทำไงดี เพราะว่าอยู่เมือง มัวแต่วิปัสนา ไม่ทันพฤติกรรมลบทางกาย วาจา

เมื่อก่อนมีสองสุดโต่ง คือหลงตามกิเลสบังคับตนเองกดข่ม

ดิ้นรนเพื่อจะหนี ทำลายกิเลสนั้นๆ ด้วยตัณหาและทิฎฐิ ทีนี้สิ่งที่เกิดจากการดิ้นรนคือ ความทุกข์ทางใจ ความอยากจะดีตามมาติดๆ

เช่น

- การพยายามหนีการกระทบอารมณ์ทางทวารหก ขอหนีหลบซ่อนในบังเก้อ หมกตัว ไม่สุงสิง พบปะผู้คนมาก แต่มันไม่ธรรมชาติ ทำให้อยากอยู่แบบที่วัดมั่ง

- ต้องรีบหนีจากที่นั้นๆไปก่อนเพื่อเอาตัวรอด เพราะยังสู้ไม่ไหว

-บางทีก็พยายามkeepภาวะกุศลให้อยู่นานๆ ซึ่งก็เป็นการข่มอีกแบบในทางกุศลแต่ก็ไม่ธรรมชาติ

-หรือบางทีก็ ต้องใช้สมถกรรมฐานเข้าช่วยไปก่อน เช่นนึกถึงความตาย พิจารณาอสุภ สวดมนต์ระลึกคุณพระพุทธองค์

สรุปการตามรู้กายตามรู้ใจเนืองๆ นี่ยากเหมือนกัน! เฮ้อ