ยาแก้แพ้ที่ใช้กันมากมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ ยาสเตียรอยด์ และ ยาต้าน

ฮิสตามีน

ยาสเตียรอยด์เป็นยาที่ใช้ได้ผลชงัด แต่จะก่อให้เกิดโทษมหันต์ถ้าไม่รู้จักมันดีพอและใช้ไม่ถูกต้อง แพทย์บางท่านจะสั่งยาลดกรดเติมไปด้วยเพราะยาสเตียรอยด์นี้กัดกระเพาะ อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะมีผลข้างเคียงมากแต่บางทีก็เป็นยาที่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ สำคัญมากคือต้องมารับการตรวจอย่างต่อเนื่องจากแพทย์ที่สั่งยา ห้ามซื้อหามากินเองเด็ดขาด หาเจ้าภาพไม่ได้ตายฟรีอย่างเดียว  เวลาจะหยุดยาถ้าให้ไปนานเกิน อาจจะต้องค่อยๆลดขนาดยา ทีละสัปดาห์ไปเรื่อยๆ ไม่อย่างนั้นหยุดยาไปแล้ว อาจทำให้อาการแพ้กำเริบรุนแรง ฝรั่งเขากลัวยาตัวนี้กันมากจนเกิดกระแสของการกลัวสเตียรอยด์ที่เรียกว่า steroid phobia พวกหมอกลัวคนไข้ฟ้องเลยไม่กล้าใช้ยาสเตียรอย์ ทำคนไข้ตายแบบถึงฟ้องก็แพ้ เพราะหมอไม่ได้ทำอะไร  ความรู้ที่สั่งสมจากประสบการณ์และการศึกษาผลงานวิจัยที่ผ่านมาจำนวนมากได้ชี้ให้เห็นว่า โรคหลายอย่าง ในบางระยะนั้น ถ้าได้ยาสเตียรอยด์จะช่วยคนไข้ได้มาก หลายกรณีถ้าไม่ให้กลับเป็นอันตราย  บางโรคต้องให้ตลอดชีวิต เช่นโรคเอสแอลอี หยุดได้เหมือนกันถ้าโรคสงบ ไปนาน แต่ก็ต้องติดตามตัวชี้วัดจากผลเลือด ถ้าผิดปรกติต้องรีบกลับมาให้ใหม่ แต่โรคส่วนมากสุดๆก็ให้ไม่เกิน 3-4 อาทิตย์ ส่วนใหญ่ตัวหมอเองให้แค่ 7-10 วันก็เลิกแล้วครับ

สำหรับยาต้านฮิสตามีน ใช้หลักการลางเนื้อชอบลางยา  เพราะมีอยู่หลายกลุ่มมาก  ถ้าใช้ยังไม่ได้ผล อาจจะลองเพิ่มขนาดยาดูก่อน ไม่แนะนำให้  กินยากลุ่มนี้ 2-3 ตัวพร้อมๆกันโดยไม่ได้ลองให้กินทีละตัวมาก่อน  กลุ่มที่ไม่ง่วงมักจะได้ผลน้อยกว่า ทั้งๆที่ฝรั่งเขาวิจัยออกมาว่าได้ผลพอๆกัน แต่ในชีวิตจริงคนละเรื่อง แต่ยังไงหมอก็ยังชอบจ่ายยาตัวที่ไม่ง่วง นึกถึงใจเขาใจเรา ง่วงทั้งวันนี่มันทรมาน ถ้าชอบคันตอนกลางคืนแล้ว ยาที่ไม่ง่วงเอาไม่อยู่ ผมอาจจะแถมชนิดง่วงเช่น อาทาแร็ก ให้กินก่อนนอน

คนเป็นภูมิแพ้เรื้อรังต้องดูแลตัวเองแบบ ใช้ทุกรูปแบบ ทั้งแผนปัจจุบันและแพทย์ทางเลือก  หมอมีเพื่อนแพทย์เป็นโรคภูมิแพ้เรื้อรัง เลิกอาชีพแพทย์ไปบวชเป็นพระ เรียนโยคะ ไปเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐาน อาการภูมิแพ้หายไปเองไม่ต้องกินยาเลย